จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

“มาร์ค”ตั้งเงื่อนไขสั่งปิด ทีวีเสื้อแดงต้องไม่ยุคนทำผิดกม.


ที่ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายใน(กอ.รมน.)จะยื่นขออำนาจศาลสั่งปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิ่ลทีวี ของคนเสื้อแดงเนื่องจากมีการเผยแพร่เนื้อหาเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ให้คนออกมาชุมนุมว่า เรื่องนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แชี้แจงไปแล้ว แต่ตนก็ไม่เห็นว่าจะมีเรื่องการ ปิดสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว แต่ว่ามันมีการออกข่าวแปลกๆอยู่มาก และตนถูกสอบถามมาเรื่อยว่ามีการหยุดงานอะไรต่างๆหรือไม่ ดังนั้นขอย้ำว่าขอให้ได้ช่วยกลั่นกรองข่าวสารต่างๆรัฐบาลจะชี้แจง สิ่งที่เราจะดำเนินการอะไรต่างๆเราจะทำอย่างโปร่งใสอยู่แล้วการ ดำเนินการใดๆก็ตามตรวจสอบมาได้เราจะมีการชี้แจงไป อย่าไปตื่นตระหนกตกใจกับข่าวสารต่างๆซึ่งขณะนี้ก็มีการปล่อยข่าวอยู่



ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯยืนยันว่าไม่มีการสั่งปิดพี เพิลทีวี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ก็ถ้าเขาไม่ทำผิด กฎหมาย" เมื่อถามว่า แต่พีเพิลทีวีเชิญชวนคนออกมาชุมนุมในขณะนี้ผิดพ .ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเชิญชวนคนมาชุมนุมไม่ผิดเพราะเราไม่ได้ห้ามการชุมนุม การชุมนุมเป็นเรื่องการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแต่ถ้าใครไปเชิญชวน ให้ทำผิดกฎหมายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่ว่าจะเป็นทีวีหรือไม่ก็ไม่ มีสิทธิ์เชิญชวนใครทำผิดกฎหมาย ไปใช้ความรุนแรง ให้ไปทำลายทรัพย์สิทธิ์ราชการ หรือให้ไปเอาชีวิตใครอย่างไรทำไม่ได้ ซึ่งเป็นกรณีของสื่อเราจะพิจารณาไปที่ตัวคนพูดคนทำก่อนยกเว้นแต่ ว่าสื่อมีบทบาทเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย



เมื่อถามว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่คนรู้สึกว่าไม่ป ลอดภัยลามไปถึงสถานที่ปรกอบกิจกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะมัสยิด รัฐบาลจะมีการออกคำเตือนไปยังมัสยิดทั่วกรุงเทพฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมันเป็นปัญหาจากประสบการณ์ปีที่แล้ว และเราได้ซักซ้อมความเข้าใจ ตนได้คุยกับส.ส.ที่ห่างใยในเรื่องนี้ไปโดย ได้มีการอธิบายไปว่าเราจะช่วยกันดูแล อย่างที่เรียนไปแล้วอย่าตื่นตระหนก และขอให้ทุกคนคิดเสียว่าต่างคนต่างช่วยกันทำให้บ้านเมืองเรียบ ร้อยได้เราก็จะสามารถดูแลได้ เมื่อถามว่า นายกฯคิดว่าจุดไหนที่เป็นจุดอ่อนไหวที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นวันที่ 12 มี.ค.สิ่งแรกที่เราจะต้องดูก่อนคือ เรื่องการคมนาคม เพราะเส้นทางต่างๆเมื่อมีรถหรือคนเข้ามามากๆอาจจะมี บางจุดที่เกิดปัญหาการจราจรทำให้เกิดความสับสนได้ แต่พอวันที่ 13-14 มี.ค.จะเป็นสถานที่ชุมนุมใหญ่ ส่วนสถานที่ราชการหรือสถานที่ที่ตดเป็นเป้าหมายมีการดูแลอยู่ เมื่อถามว่า นายกฯประเมินว่าวันใดที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงจะแรงที่ สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่อยากให้แรงสักวันแต่ว่าคนจะมาอยู่ ด้วยกันมากคอวันที่ 17 มี.ค.แต่ช่วงการเดินทางจะ เริ่มจาก 12-13 มี.ค.เราก็จะบริหารเหตุการณ์สถานการณ์ ไปแต่ละวันก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งเราติดตามสถานการณ์ตลอด



เมื่อถามต่อว่า วันที่ 15 มี.ค.การ ชุมนุมจะจบลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องถามผู้ชุมนุม เมื่อถามต่อว่า ตามชุมชนต่างๆในกรุงเทพฯก็มีการออกมาดูแลกันเองรัฐบาล จะทำอะไรได้บ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขามีการขออุปกรณ์ดับเพลิงอะไร ต่างๆมาก็ได้มีการขอให้ทุกหน่วยงานไปช่วยดูแลให้ ต่อข้อถามว่า ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ยื่นหนังสือขอความคุ้มครองจากรัฐบาลหาก รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ก็จะใช้สิทธิคุ้มครองตัวเองจะทำให้เกิดการปะทะ กันขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนย้ำอีกครั้งว่าเรามีทั้งหน่วยเคลื่อน ที่เร็ว และมีการซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทุกกระทรวง ทบวง กรมดังนั้นขอความกรุณาว่าอย่าไปเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความขัดแย้ง ถ้าเป็นการป้องกันตัวเองนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เช่น สมมติวากลัวว่าจะมีคนาเผาก็ไประงับยับยั้งได้ แต่ขอให้แจ้งเราจะรีบเคลื่อนที่และส่งเจ้าหน้าที่ไปเพื่อคลี่คลาย เมื่อถามอีกว่า ทางเอเอสทีวียื่นหนังสือผ่านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกฯรับทราบหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ แต่ก็จะมีมาเป็นระยะๆและในส่วนของผู้ชุมนุมเองก็เช่นเดียวกัน เราได้ตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานเพราะหากมีผู้ไม่หวังดีจากฝ่าย ใดก็ตามสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาทำให้เกิดความขัดแย้งเข้าใจผิดซึ่ง เป็นเรื่องที่บางกลุ่มต้องการ รัฐบาลจะมีคณะทำงานชุดนี้พร้อมทำ ความเข้าใจ


ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯคิดว่าคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาประสาน งานกับผู้ชุมนุมจะเป็นประโยชน์หรือไม่ เพราะแกนนำนปช.ประกาศว่ามีด่านก็ จะแหกด่านทุกด่าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากจะขอย้ำการตั้งด่านขึ้นมา เพื่อประโยชน์ของผู้ชุมนุมเองด้วยเพราะมีฝ่ายที่ต้องการสร้างความ วุ่นวายเราก็ไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมตกเป็นเหยื่อ การที่เราตรวจตราต่างๆก็เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการแทรกซ้อน เช่น อาจจะมีการชาวต่างด้าวเข้ามาซึ่งไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หรืออาจจะมีใครไม่หวังดีมีอาวุธเข้ามา หรือมีใครสมรอยมียาเสพติดอะไรต่างๆ เราต้องมีการตรวจตรา ซึ่งไม่ได้ตรวจเพื่อขัดขวางแต่เพื่อให้การชุมนุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถามต่อว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะทำงานประสานงานกับผู้ชุมนุมจะได้การยอมรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือเราคงไม่มาตั้งแง่กันว่าใครยอมรับใคร ไม่เช่นนั้นก็ต้องมาถามว่ารัฐบาลยอมรับแกนนำผู้ชุมนุมหรือไม่แต่ เราพูดถึงว่าถ้าใครมีความจริงใจว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้ เป็นการเคลื่อนไหวภายใต้กฎหมายไม่นิยมความรุนแรงเราต้องเอาคนที่สามารถ ที่จะสื่อสารกับผู้มีอำนาจในการตัดสินใจต่างๆเข้ามาพูดคุยทำความ เข้าใจต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นและการปรับแนวทางที่จะเดิน หน้าต่อไปเท่านั้นเอง เมื่อถามว่า แต่การที่รณรงค์กับผู้ชุมนุมให้ละเมิด พ.ร.บ.ความมั่นคง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี คือถ้ามีการละเมิดกฎหมายต้องมีการดำเนินการ



ต่อข้อถามว่า วันที่ 12 มี.ค.นายกฯทำงาน ตามปกติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนทำงานตามปกติ ตนมีกำหนดนัดกับทางผู้ช่วยรัฐมนตรีของสหรัฐอเมริกา เมื่อถามว่า หลังวันที่ 14 มี.ค.นายกฯคิดว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินยังคงทำได้ปกติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "เราตั้งใจว่าอย่างนั้นเราจะดูสถานการณ์เพราะงานที่ทำต้องทำ ต่อปัญหาประชาชนไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการชุมนุม เรื่องทุกเรื่องต้องทำงานต่อเมื่อเช้าก็ประชุมครม.ภาคใต้ตามปกติ แต่ตนจะพยายามไม่ไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งอาจจะมีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง"เมื่อถามว่า วันที่ 13-14 มี.ค.นายกฯจะไปอยู่ที่กรมการทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11รอ.)หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็จะอยู่ที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.)



เมื่อถามว่า นายโคทม อารียา จะมาหารือด้วยจะมีการนำข้อเสนอ ของนปช.มาหารือหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตนเห็นมีเอกสารที่เป็นข้อเสนอถึงกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาลด้วย ไม่มีปัญหาเพราะข้อเสนอหลักของนายโคทมคือการใช้สันติวิธีที่แนว ทางประกาศมาตลอดอยู่แล้ว

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12 มีนาคม 2553 เวลา 08:02

    สันติประเทศไทยเรานี่มันแปลกๆโน๊ะ

    ตอบลบ