วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
"ยิ่งเรียกร้องให้ปรองดอง ยิ่งถูกรังแก"

ย้ำเป็นคนแรก ๆ ที่เรียกร้องให้มีการปรองดอง แต่ยิ่งถูกรังแก แต่ไม่เคยเปลี่ยนใจ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตข้อความ เมื่อเวลา 15.30 น. โดยมีข้อความระบุว่า
"มีประเด็นว่าการปรองดองทำไม่ได้เพราะต้องมาถามผม ก็ขอพูดชัดๆว่าผมเรียกร้องให้เกิดความปรองดองมานานแล้ว ตั้งแต่มีการปฏิวัติใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันก็ยืนยันอยากให้เกิด ยิ่งเรียกร้องผมก็ยิ่งถูกรังแกมาตลอด แต่ไม่เคยเปลี่ยนใจแต่จะปรองดองได้อย่างไรก็ต้องคุยกับแกนนำเสื้อแดงโดยตรง ผมมีเพียงแค่ให้คำปรึกษาที่จะให้เกิดความปรองดองที่มีความตั้งใจจริงและจริง ใจต่ออนาคตประเทศ ไม่ใช่คอยเอารัดเอาเปรียบกัน ส่วนความไม่ยุติธรรมที่ผม และพี่น้องที่ถูกฆ่าถูกทำร้าย ถ้าไม่สามารถแสวงหาความเป็นธรรมในประเทศได้ เราก็จะขอใช้เวทีโลกต่อสู้จนกว่าความเป็นธรรมจะเกิด ไม่มีคำว่ายอมแพ้ครับ "
Content by Voice TV
วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
นายกฯ เสนอโรดแมป 5ข้อ ชี้มีเลือกตั้ง 14 พ.ย.

นายกรัฐมนตรีเปิดโร ดแมปเพื่อความปรองดองของคนในชาติ 5 ข้อและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 14 พ.ย.นี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.เศษ โดยเปิดเผยว่ารัฐบาลมีแผนปรองดองความสามัคคีของคนชาติ หรือโรดแมป 5 ข้อ คือ
1. ประเทศไทยเราโชคดีที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ยึดเหนี่ยว หลอมรวมคนไทยทั้งชาติ แต่น่าเสียดายที่มีคนกลุ่มหนึ่งดึงสถาบันกษัตริย์ลงมา มีความพยายามดึงสถาบันลงมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง การที่จะทำให้สังคมไทยเป็นปกติสุขต้องช่วยกัน ไม่ให้ดึงสถาบันกษัตริย์ลงมา แผนการ คือ ทุกฝ่ายต้องลงมาช่วยกันทำงานเทิดทูนสถาบันกษัตรย์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานแก่ประชาชน ไม่ว่าเรื่องรู้รักสามัคคี อยากเชิญชวนทุกฝ่ายมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อไม่ให้ถูกกดึงมาเป็นเครื่องมือความขัดแย้งทางการเมือง
2.การปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งอาจจะถูกมองว่าเป็นการเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากความไม่เป็นธรรม
ของเรื่องเศรษฏิจ หลายคนที่มาชุมนุมอาจจะสัมผัสโดยตรงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ขาดโอกาส ถูกรังแก สิ่งที่เราจะช่วยกันทำ คือ ไม่ปล่อยให้เป็นเหมือนในอดีตที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ทำให้ระบบเกิดความไม่ เป็นธรรม
"วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะได้รับสวัสดิการในเรื่องอาชีพ รายได้ ความมั่นคงในชีวิต และพี่น้องประชาชนที่ทุกข์ร้อนเป็นพิเศษ จะต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ ต้องมีการดึงเอาคนจากทุกภาคส่วนในสังคม เข้ามาช่วยกันแก้ไขอย่างเป็นระบบ และมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่สามารถประเมินผลได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดที่เข้ามาบริหารประเทศต้องเข้ามาสร้างความเป็นธรรม อย่างชัดเจน"
3.ในยุคปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร จริงอยู่ที่เราต้อง "เคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก" แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อำนาจของสื่อถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย แม้กระทั่งสถานีของรัฐก็ถูกกล่าวหาว่านำไปเสนอให้เกิดความขัดแย้ง สื่อต้องมีเสรีภาพ แม้จะมีอิสระในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่จะไม่สร้างความขัดแย้งประเทศ
4. หลังจากชุมนุมเคลื่อนไหว มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรงและสูญเสีย เกิดข้อสงสัยต่างๆนาๆ ไม่ว่าการสูญเสียเหตุการณ์ 10 เมษายน เหตุการณ์ที่สีลม หรือที่ดอนเมือง กระทบกระเทือนจิตใจประชาชน ทุกเหตุการณ์จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ต้องมีคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆและให้เกิดความเป็นจริงต่อสังคม
5. เกี่ยวกับการเมืองโดยตรง แม้นักการเมืองจะเป็นคนกลุ่มเล็ก แต่เป็นตัวแทนของประชาชน ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนานกว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมในหลายด้าน ทั้ง รัฐธรรม กฎหมายบางฉบับ การริดรอนสิทธิผู้เกี่ยวข้องทางการเมือง ถึงเวลาเอามาวางและมีกลไกให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรื่องรัฐธรรมนูญ จนถึงความผิดการชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่เกิดความรู้สึกไม่ยอมรับ
5 ข้อนี้ต้องมาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ จะเป็นองค์ประกอบการปรองดอง กระบวนการนี้ ไม่บรรลุ เป้าหมายหากไม่ได้รับความร่วมมือ ทุกฝ่าย รัฐบาล รัฐสภา องค์กรภาคประชาชน เข้ามาทำหน้าทีเต็มที่ ซึ่งจะต้องไม่มีการขัดขวาง มั่นใจว่าจะใช้เวลาไม่นานจะสร้างความปรองดองกลับคืนสังคม และรัฐบาลพร้อมจะให้มีการเลือกตั้ง หากบ้านเมืองสงบในวันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังระบุว่าหากกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่รับเงื่อนไขโรดแมปนี้ รัฐบาลจะไม่มีการกำหนดวันยุบสภาที่แน่นอนอีก
การประกาศว่าจะให้่มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ คาดการณ์ได้ว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภาประมาณปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ กำหนดว่า ถ้ามีการยุบสภาต้องจัดให้มี การเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งตามปกติแล้วต้องจัดให้มีการเลือกตั้งหลังจากยุบสภา 45 วัน เพราะหากมีเหตุสุดวิสัยสามารถเลื่อนการเลือกตั้งไปอีก 1 สัปดาห์
Content by VoiceTV
วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)