วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เผาตัวเอง
ลุ้นวันที่3ก.ค.ว่าใครจะขึ้นแท่นจัดตั้งรัฐบาล ใครจะได้เป็นนายกฯหรือจะมีนายกฯที่พรรคการเมืองขั้วที่3แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ประเด็นการนิรโทษกรรมเผาบ้านเผาเมือง ที่ประชาธิปัตย์ภูมิใจเสนอ กำลังจะกลายเป็นเชือกรัดคอตัวเอง ยิ่งประชาธิปัตย์ตั้งเงื่อนไขมากเท่าไหร่ การเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลก็ยิ่งจะยากมากขึ้นเท่านั้น แต่ไม่มีผลเรื่องคะแนนนิยม
จุดไฟเผาตัวเองฉิบ
การนิรโทษกรรมทางการเมืองเป็นเป้าหมายของทุกพรรคการเมืองที่ถูกยุบพรรค ที่ประชาธิปัตย์คงกระพันมาได้จนทุกวันนี้เพราะรอดจาการยุบพรรคมาอย่างปาฎิหารทุกครั้ง
มีภูมิคุ้มกันดี
วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เข็นไม่ขึ้น
ระดมพลกันออกมาพูดเรื่องเผาบ้านเผาเมือง เสียดินแดน นิรโทษกรรม เป็นแพ็กเก็ต ชุดใหญ่ที่ประชาธิปัตย์และแนวร่วมออกมารุมถล่มเพื่อไทย ขายวิกฤติความขัดแย้งเดิมๆ
กลุ่มสยามสามัคคี มีทั้งอดีตคมช. 40สว.ที่มาจากการลากตั้ง กลุ่มเสื้อหลากสี อดีตคตส.
อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
แพ้ชนะที่ตัวเลข
นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติตัวเลขส.ส.อาจแพ้กระแสเพื่อไทย คอการเมืองต้องจับตาโค้งสุดท้ายจริงๆระหว่างกระแสกับกระสุนใครจะแรงกว่ากัน
เพื่อไทยมาคราวนี้ขี่กระแสโดยเฉพาะ
เลยไม่ค่อยเปลื้องกระสุน แต่โค้งสุดท้ายที่ต้องจับตาก็คือกระสุนจะยิงตรงเป้าแค่ไหน รัวกันเป็นปืนกล ห่วงแต่ว่ากระสุนจะไปตกใส่กกต.ด้วยเท่านั้น
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ชิงดำโค้งสุดท้าย
หลังประชาธิปัตย์ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายล้างผิดทักษิณ ไม่เข้าเป้า คะแนนนิยมที่หวังจะแลนด์สไลน์ ต้องกินแห้วไปตามระเบียบประชาธิปัตย์เห็นที่ต้องยอมรับสภาพ แต่ผู้กำกับการแสดงก็ยังหวังว่าโค้งสุดท้ายจะมีปาฎิหารสีเขียวเกิดขึ้น วินาทีนี้จะใช้อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ฉุดอำนาจนิยมจากประชาชนไม่อยู่
ปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมโชว์วิสัยทัศน์ 2020เพื่อแสดงถึงภาวะผู้นำ สลับคิวกับการพบปะเจรจาหารือกับเอกอัครราชทูตประเทศมหาอำนาจอังกฤษ สหรัฐคุยกันครบถ้วนขบวนความ มองถึง
วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ความลับชั้นสุดยอด(รั่ว)
ท่าทีกกต.ต่อความไม่มั่นใจในการจัดการเลือกตั้ง ท่าทีพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยออกมาร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทยและปรากฏการณ์ที่พรรคเพื่อไทยชนะประชาธิปัตย์ตั้งแต่ยกแรก ตามโพลทิ้งห่างกันไม่ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง
เป็นท่าทีของการล้มกระดานเลือกตั้ง
เอาเป็นว่าที่อ้างว่าเป็นโพลสันติบาลให้เพื่อไทยชนะประชาธิปัตย์ หลุดรอดออกมาสู่สายตาสาธารณชนนั้นไม่ใช่โพลที่สันติบาลทำจริง
แต่เป็นโพลที่ ซีไอเอทำแล้วมอบให้สันติบาล
ผู้บังคับบัญชาเลยเป็นเดือดเป็นร้อนว่าโพลรั่วไปได้อย่างไรในเมื่อเป็นความลับชั้นสุดยอด
วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554
รัฐบาลแห่งชาติ
ใกล้วันเลือกตั้ง 3ก.ค. การเมืองก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ไม้ตาย ใครเผาบ้านเผาเมือง กลายเป็นกลยุทธการต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่หวังจะพลิกคะแนนกลับมานำเพื่อไทย
การปราศรัยที่บริเวณแยกราชประสงค์ของประชาธิปัตย์เป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้าย จุดไฟการเมือง ขึ้นมาอีกกระทอก ท่ามกลางความดุเดือดของการหาเสียง ที่ทั้งผู้สมัครและหัวคะแนน โดนไข้โป้ง เป็นรายวัน
ประเทศไทยติดกับดักวิกฤติการเมือง
บรรยากาศเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน
วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ดีเบตสองขั้วอำนาจ
คอการเมืองคอยจับตาการพบกันระหว่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ความสวยความหล่อกินกันไม่ลง แค่คะแนนนิยม กินกันขาด โพลการเมืองออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายเรียบร้อยโรงเรียนเพื่อไทย จนประชาธิปัตย์ต้องอาศัยไม้ตาย โยงเสื้อแดงก่อความไม่สงบเข้ากับพรรคเพื่อไทย
นโยบายเก็บใส่ลิ้นชัก
จับกระแสโค้งสุดท้ายที่จะได้เห็น สองคาดิเดทนายกฯออกทีวีมีความเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ในลักษณะตัวต่อตัว แต่จะเป็นกรณีที่ พิธีกรตั้งคำถามให้ยิ่งลักษณ์กับอภิสิทธิ์ ตอบในคำถามเดียวกัน แล้วนำเทปมาออกอากาศให้ผู้ชมได้ใช้วิจารณญาณว่าวิสัยทัศน์ใครจะก้าวหน้ากว่ากัน
วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ชาติไทยพัฒนามาแล้ว
ฝนจะตก แดดจะออก คนจะเป็นนายกฯ ห้ามไม่ได้
วันนี้ต้องยอมรับว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เบอร์หนึ่งพรรคเพื่อไทย มาแรง
เพราะฉะนั้นสนามบินดูไบเลยคึกคักไปด้วยนักการเมืองไทยระดับหัวกะทิ
เพราะฉะนั้นสนามบินดูไบเลยคึกคักไปด้วยนักการเมืองไทยระดับหัวกะทิ
ไม่ว่าจะเป็น ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน สุวัจน์ ลิปตพัลลภ
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ทะแม่ง
การเมืองยิ่งใกล้โค้งสุดท้าย ไม่ค่อยจะชอบมาพากล ความรุนแรงทางการเมือง ยิงหัวคะแนนกันอย่างอุจอาด ไม่พอ การซื้อเสียงก่อนการเลือกตั้งใช้อิทธิพลข่มขู่แพร่ระบาดโดยไม่กลัวกฎเหล็กกกต.
ที่ไม่ชอบมาพากล มากที่สุดเห็นจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศของ4กกต. อภิชาติ สุขคคานนท์ ประพันธ์ นัยโกวิท วิสุทธิ์ โพธิแท่น และสดศรี สัตยธรรม
เหลือแค่สมชัย จึงประเสริฐอยู่โยง
เหตุผลไปดูงานการเลือกตั้ง ที่ไอซ์แลนด์และเดนมาร์ค พร้อมกัน4 คนในเวลาจวนเจียนคับขันดูจะหน่อมแน้มไปหน่อย จะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรอย่างไรก็ตามทีเถอะ
แต่สมควรหรือไม่
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554
อยากกลับบ้าน
สำนักข่าวต่างประเทศลงบทสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าอยากกลับบ้านใจจะขาด โดยเฉพาะถ้าได้กลับบ้านภายในสิ้นปีนี้ก็ดี จะได้ทำหน้าที่เป็นพ่อตา ในงานแต่งงานของลูกสาวคนโต พิณทองทา ชินวัตร ที่กำหนดพิธีกันไว้เรียบร้อยแล้ว อาจจะเป็นข่าวเล็กในหน้าข่าวต่างประเทศ
แต่เป็นข่าวใหญ่ในเมืองไทย
ในยุคหน้าสิ่วหน้าขวาน การเมืองกำลังร้อนระอุ ทักษิณ จะขยับเขยื้อนอะไรก็เป็นข่าวไปหมด ถูกจับนำมาเป็นประเด็นโจมตีว่า คิดจะเอาชนะเลือกตั้งเอาประชาชนเป็นบันได กลับประเทศ
วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ยิ่งตียิ่งลักษณ์ยิ่งแรง
โพลสันติบาลระบุเพื่อไทยชนะประชาธิปัตย์ใน331เขต ยกเว้นกทม.และภาคใต้ 3 จังหวัด จะได้ส.ส.ราว 164 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ได้แค่ 80 ที่นั่งทิ้งห่างกันเท่าตัว
โพลฝ่ายปกครองอ้าง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อไทยได้ 56 ประชาธิปัตย์ได้ 41ชนะกันไป 15 ที่นั่ง โพลวิชาการสรุปกทม. 33 เขต 33ที่นั่งเพื่อไทยได้ไป 27 ที่นั่ง ปชป. ชนะ6 เขต
ภาคใต้ เพื่อไทยอาจะได้ไม่เกิน 2 ที่นั่ง
รวมตัวเลขที่นั่งเพื่อไทยดูแล้ว ได้ 249-250 ที่นั่ง
ประชาธิปัตย์กทม.ได้ 6 ที่นั่ง ภาคใต้42 ที่นั่ง ในสามจังหวัดภาคใต้น่าจะโดนสอยไป4-5 ที่นั่งได้กลับเข้ามาเฉพาะในสามจ.ภาคใต้เต็มที่ก็ 8 ที่นั่ง รวมแล้วเป็น88ที่นั่ง
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สรุปผลโพลกทม.เพื่อไทยมาแรง
โพลล่าสุดสำรวจความนิยมของพรรคการเมืองคู่แข่งระหว่างเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ ไม่นาเชื่อว่า เจ้าของพื้นที่เดิมอย่างประชาธิปัตย์ ส่ออาการย่ำแย่ ก่อนการเลือกตั้ง 25 วัน เพื่อไทยนำประชาธิปัตย์อยู่ประมาณ 18-19 เขต ประชาธิปัตย์ยึดพื้นที่ไว้ได้ 5-6 เขต อีกประมาณ 9 เขตยังสูสี
ส่วนใหญ่พื้นที่รอบนอกเพื่อไทยจะยึดเก้าอี้ไว้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นฝั่งธนบรี ที่คาดว่าจะได้ถึง 7 เขต รอบนอกดอนเมือง สายไหม หนองจอก มีนบุรี บางกะปิ 9 เขตเดิมของเพื่อไทยยังยึดเก้าอี้ไว้เหนียวแน่น
วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มาเร็วเคลมเร็ว
เข้าโค้งสุดท้าย ผลการเลือกตั้งพอจะเห็นภาพรางๆว่า พรรคการเมืองไหนจะได้เสียงข้างมากพอที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะทั้งโพลที่เป็นทางการและโพลที่ไม่เป็นทางการ มีผลออกมาแล้วว่า เพื่อไทย จะชนะประชาธิปัตย์ ชนิดไม่เห็นฝุ่นทิ้งห่างกันอยู่ที่ประมาณ 50-70ที่นั่งเป็นอย่างน้อย
ชนะทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
วินาทีนี้อะไรก็ฉุดไม่อยู่ กระแสนายกฯหญิง กระแสเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหนักแน่น เพราะฉะนั้นถนนทุกสายจึงมุ่งไปที่ ดูไบยังไม่ทันไร นายห้างตราดูไบห่อ ก็เนื้อหอมชวนดม
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554
คนกลางลำบากใจ
บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งชักจะทะแม่งชอบกล เมื่อกระบวนการตามล้างตามเช็ดเปิดตัวพุ่งเปาไปที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นนพ.ตุลย์ สิทธิสมานวงศ์หรือแก้วสรร อติโพธิ เจ้าเก่าหน้าเดิม
เปิดหน้ากันถึงขนาดนี้ก็แปลว่า มือที่มองไม่เห็น ไม่พอใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าไหร่ เสียงตอบรับของประชาชนต่อยิ่งลักษณ์ ต่อพรรคเพื่อไทย เป็นสัญญาณ รบกวนสั่นคลอนอำนาจอนุรักษ์นิยม
การจุดชนวนคดีซุกหุ้น แผนบันไดสี่ขั้น ชนวนด้าน จุดอย่างไรก็จุดไม่ติด
ในระหว่างศึกสองขั้วอำนาจ ยังมีอีกหนึ่งขั้วอำนาจที่จะมีอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่พ้นกองทัพ และกระบวนการยุติธรรม หากอำนาจที่สาม ขยับจะเป็นการให้คุณให้โทษโดยทางตรงและทางอ้อมทันที
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ข้อเสนอปรองดองกับกองทัพ
วิกฤติการเมืองที่ผ่านมา ผลักให้เพื่อไทยกับกองทัพเป็นศัตรูกันโดยปริยาย ความหวาดระแวงต่อเสถียรภาพของพรรคเพื่อไทยในการที่จะเข้ามาแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไมได้อยู่ที่สรรพกำลังของผ่านค้านแต่อยู่ที่ กองทัพ
แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยจะมีโอกาสเข้ามรจัดตั้งรัฐบาลด้วยความชอบธรรมก็ตามทีเถอะ แต่ก็ต้องกันเอาไว้ดีกว่าจะมาแก้ทีหลัง
มีข้อเสนอเอาทหารคนกลางมาเป็นรมว.กลาโหม
ตัดปัญหาความหวาดระแวงว่า เพื่อไทยจะเข้ามาล้างแค้น
โดยตัวบุคคลที่จะเสนอเข้ามาทำหน้าที่สำคัญดังกล่าวจะต้อง เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายและเป็นที่ยอมรับของคนในกองทัพ เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เริ่มเคลื่อนไหวตั้งขั้วรัฐบาล
ยังไม่ทันจะเลือกตั้ง พรรคการเมือง เริ่มเปิดเกมจัดขั้วรัฐบาลกันแล้ว เหตุผลสำคัญก็คือ แนวโน้มที่คนจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมีจำนวนมากคาดกันว่าจะถึงร้อยละ70 เอาเฉพาะที่ไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าก็ไม่ต่ำกว่า 2.4 ล้านคนแล้ว เมื่อแนวโน้มการเลือกตั้งจะออกมาถล่มทลายอย่างนี้ ตามหลักทฤษฎีผลโพลของการเลือกตั้งจะใกล้เคียงความจริงและจะมีการบิดเบือน หรือจัดตั้งคะแนนได้ลำบาก
วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ข่าวใหม่
การที่เพื่อไทยตัดสินใจออกแถลงการณ์ตัดหางปล่อยวัด ภูมิใจไทย ไม่ใช่เพราะนายใหญ่ที่เข็ดขยาดกับ คนที่ชื่อ เนวิน ชิดชอบเท่านั้น แต่ดูจากโพลแล้ว ภูมิใจไทยไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัว เป็นชาติไทยพัฒนาที่อาจจะเข้าวินในจำนวนพรรคขั้วที่สามด้วยกัน บรรหาร ศิลปะอาชา สุวัจน์ ลิปปตพัลลภ เจ้าของค่าย ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจึงเนื้อหอมกว่าเยอะ
วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554
ขึ้นเหนือล่องใต้
ใกล้วันเลือกตั้งนักการเมืองก็ต้องเดินหน้าหาเสียงเคาะประตูบ้านกันจนมือหยิก จะพิสูจน์น้ำอดน้ำทนนักการเมืองก็ต้องช่วงเลือกตั้ง ประเภทนั่งอยู่บนหอคอยแล้วหวังจะได้เป็นส.ส. คงเป็นนิทานหลอกเด็กไปแล้ว ชาวบ้านยุคนี้ไม่ได้กินแกลบกินรำ จะมาแหกตาเอาเงินมาซื้อเสียงเหมือนเดิมคงไมได้แล้ว
วันนี้อภิสิทธิ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างทัวร์เมืองเหนือ เชียงราย พะเยา ลำพูน เอาบริเวณที่สีแดงน้อยหน่อยเพื่อความปลอดภัยมากหน่อย หาเสียงแบบมินิ มีตชด.คอยอารักขา7-8ร้อยคน ไม่รู้ว่ากกต.จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายอย่างไร อย่างน้อยก็ให้เป็นพิธีว่าเป็นนายกฯที่เข้ากับได้ทุกสี ทั้งสีแดงสีเหลือง นายกฯอภิสิทธิ์จะทำใจดีสู้เสือเข้าไปตีสนิทด้วยตลอด แม้จะถูกตะโกนด่าก็ตามทีเถอะ
วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554
นายใหญ่ส่งสัญญาณพร้อมรบ
โลกล้อมประเทศ โฟกัสจับตาการเลือกตั้งในประเทศไทยครั้งนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา สื่อมวลชนทั่วโลก รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนนานาประเทศเตรียมเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งใน ประเทศไทยวันที่ 3ก.ค.นี้โดยละเอียดทุกซอกทุกมุม
เงื่อนไขสำคัญก็คือยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยไมได้ส่งนายกฯหญิงลงลองของ ไม่ได้อาศัยพลังจากเสื้อแดง หวังการชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเท่านั้น แต่ ยังใช้สื่อและองค์กรต่างประเทศ โอบล้อมต่อสู่กับมือที่มองไม่เห็น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


















