จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

'พล.อ.ชวลิต' ถึงราบ 11 ยื่นหนังสือแจงพัวพันขบวนการล้มสถาบัน


อดีตนายกรัฐมนตรี แนบอัตตะชีวประวัติหน้าปกเข้าเฝ้าในหลวงยืนยันจงรักภักดี ไม่ติดใจศอฉ.ไม่ให้เกียรติ ย้ำนายกฯอย่าฆ่าประชาชน
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงที่บริเวณกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ร.11 รอ.) แล้ว โดยวันนี้พล.อ.ชวลิต แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรี รวมทั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) หลังจากที่ทราบข่าวว่า ศอฉ.เตรียมจะออกหมายเรียกให้ไปรายงานตัว อันเนื่องจากมีข้อมูลว่า พล.อ.ชวลิต มีความเชื่อมโยงกับขบวนการล้มสถาบัน

ก่อนหน้านี้ ศอฉ.ยืนยันว่าจะอนุญาติให้พล.อ ชวลิต และ พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา เพียงสองคนเท่านั้น ที่จะเข้าไปในบริเวณศูนย์อำนวยการ ภายในกรมทหารราบที่ 11 อย่างไรก็ตาม พล.อ ชวลิต ต้องการให้คณะที่ติดตามมาทั้งนายทหารคนสนิท และ ส.ส. พรรคเพื่อไทยบางส่วนเข้าไปพร้อมกันด้วย ในที่สุดจึงไม่ได้เข้าไปทั้งคณะ ซึ่ง เลขาธิการฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ และ เลขาธิการกองทัพบกออกมารับหนังสือจากอดีตนายกรัฐมนตรีแทน

เอกสารที่พล.อ ชวลิตยื่นต่อศอฉ.วันนี้ มีจำนวน 2-3 ซอง พร้อมกับหนังสืออัตตะชีวะประวัติของพล.อ. ชวลิต ซึ่งหน้าปกเป็นภาพพล.อ ชวลิต เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการยืนยันความจงรักภักดีต่อสถาบัน

พล.อ ชวลิต ระบุว่าไม่ติดใจที่ ศอฉ. ไม่ให้เกียรติคณะของพล.อ ชวลิตในวันนี้ และฝากถึงนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรีว่าอย่าฆ่าประชาชน ทั้งนี้ยังได้ขอบคุณผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ได้ปฏิบัติต่อกันด้วยดีเสมอมา



Content by Voice TV

เสื้อแดงจี้รัฐอธิบายทหารยิงกันเองตาย 1

คำพูด"อภิสิทธิ์" ในบทบาทฝ่ายค้าน/นายก

"เสื้อแดง" ร้องสหภาพยุโรป

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เตรียมเผยกลทุจริตของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้ไม่ได้ยื่นญัตติอภิปราย

"สุธาชัย" ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับแผนล้มเจ้า

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

สุเทพท้าแม้วและพวกฟ้องศาล จะได้รู้ใครติดคุกก่อนกัน


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย จะเดินไปชี้แจงกับ ศอฉ.วันที่ 30 เม.ย. ว่า ตนยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับ พล.อ.ชวลิต แต่ถ้าพล.อ.ชวลิตจะไปเพื่อสร้างภาพทางการเมือง ก็ยินดีต้อนรับ จะ มีคนตั้งคำถามให้ตอบ ถ้าพล.อ.ชวลิตจะคุยกับตน ก็พร้อมจะคุยกับท่าน และไม่รู้สึกหนักใจอะไร จะปฏิบัติกับพล.อ.ชวลิตเหมือนกับที่ปฏิบัติต่อ ประชาชนคนอื่น เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิต ระบุว่า จะนำทูตเข้าไปร่วมฟังการสอบถามของ ศอฉ ด้วย นายสุเทพตอบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของทูต เป็นเรื่องภายในประเทศไทย

เมื่อ ถามว่า.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและ พรรคเพื่อไทยเตรียมฟ้องนายกฯ และนายสุเทพ กรณีกล่าวหาว่าล้มสถาบัน นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ก็มาสู้คดีกัน ตนจะดำเนินคดีกับคนเหล่านี้อยู่แล้ว เป็นเรื่องดีที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาล ให้เรียกพยานหลักฐานมาดู ทำให้ประชาชนเห็นอะไรเร็วขึ้น ก็จะดูว่า ใครจะติดคุกก่อนกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า สหรัฐฯ จะส่งคนเข้ามาสังเกตการณ์สถานการณ์ การเมืองในประเทศไทย นายสุเทพ กล่าวว่า เราไม่เคยส่งคนเข้าไปยุ่งในกิจการ ภายในของประเทศสหรัฐฯเลย และไม่เคยไปวิจารณ์นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดังนั้นนายโอบามา คงไม่เข้ามายุ่งอะไรในประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ



เมื่อ ถามว่า ขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงดูเหมือนจะไม่เคารพความศักดิ์สิทธิ์ของ กฎหมาย นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเห็นว่ากฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เราก็จับ ช่วงแรกเราพยายามอดทนอดกลั้น เพราะเสื้อแดงประกาศว่ามาด้วยความ สันติ แต่เมื่อมีการก่อการร้ายเราก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินการ ยิ่งในวันนี้ไม่สามารถแยกได้ว่าเสื้อแดงกับผู้ก่อการร้ายนอนอยู่ หลังเวทีด้วยกัน และยังออกมารังแกชาวบ้าน ก็ต้องเพิ่มมาตรการจัดการขั้นเด็ด ขาดขึ้น เมื่อถามว่า จะนำคดีล้มสถาบันเป็นคดีพิเศษหรือ ไม่ นายสุเทพตอบว่า จะรวบรวมประเด็นทั้งหมด มาหารือกับศอฉ. ถ้าคณะกรรมการศอฉ.เห็นด้วย ก็จะทำเรื่องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษให้ พิจารณารับเป็นคดีพิเศษต่อไป

ศอฉ.ระบุพบอาวุธสงครามในเหตุปะทะเข้าขั้นก่อการร้าย

นปช.โชว์หลักฐานทหารใช้กระสุนจริงยิงประชาชน

วันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553

ทหารยิงกระสุนยางใส่ นปช.ที่เคลื่อนไปตลาดไท บาดเจ็บ 1 ราย

เสื้อแดงบางส่วนรวมพลไปตลาดไททำความเข้าใจเรื่องชุมนุม พร้อมเรียกร้องรัฐประกาศสลายการชุมนุมเอง

ศอฉ. เตรียมออกหมายเรียก "พล.อ.ชวลิต"


"สุเทพ" เผย ศอฉ.เตรียมออกหมายเรียก "พล.อ.ชวลิต" เหตุเข้าข่ายขบวนการล้มสถาบัน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เปิดเผยว่า ศอฉ.เตรียมจะออกหมายเรียก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้มารายงานตัว เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่ ศอฉ.พิจารณาแล้วว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการล้มล้างสถาบัน ซึ่งหากออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วยังไม่มา ก็จะออกหมายจับต่อไป

"พล.อ.ชวลิต ผมเห็นว่าเป็นคนหนึ่งที่เข้าข่าย จากเอกสารที่ได้รวบรวมกันมามีการกระทำที่แสดงถึงเจตนาที่เราสงสัยได้ว่า พล.อ.ชวลิต เชื่อมโยงกัน...ผมจะเชิญท่านมาสอบ 2 ครั้ง ถ้าท่านไม่มาก็จะออกหมายจับ" นายสุเทพ กล่าว

ส่วนการขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ขอขีดเส้นว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเปิดภาคเรียนตามปกติ แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังมีความพยายามและเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะปฏิบัติการ

"อย่าไปขีดเส้น ผมจะพยายามแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด...กรณีสี่แยกราชประสงค์ต้องใช้เวลา ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่สกัดกั้น และจะดูจังหวะเวลาว่าเวลาไหนที่จะสามารถปฏิบัติการ" นายสุเทพ กล่าว

Content by VoiceTV

ศอฉ.ซักซ้่อมแผนสลายม็อบ แดง ปูดการข่าวเตรียมถังแก๊สฆ่าหมู่ทหาร


ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.เมื่อช่วงเช้า และช่วงเย็นที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นประธานในการประชุมว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันนี้ตั้งแต่เวลา04.00 –06.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจได้ประสานการปฏิบัติเข้าวางกำลังในบริเวณ พื้นที่เพื่อครอบคลุมย่านแยกราชประสงค์ตั้งเป็นด่านตรวจ ด่านสกัดที่แข็งแรง ประกอบกำลังทหารตำรวจจำนวนเพียงพอในแต่ละด่าน โดยมีทั้งสิ้น 6 ด่าน คือ แยกพญาไท ศาลาแดง พงษ์พระราม นราธิวาส สีลม อังรีดูนัง และแยกอโศก-มนตรี มีภารกิจหลักในการทำหน้าที่ตรวจสอบ บุคคลต้องสงสัยควบคุมลิดรอนการนำอาวุธสงครามเข้าและออก จากพื้นที่แยกราชประสงค์ รวมทั้งดำเนินการจับกุมผู้กระทำความตามประกา ศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจานั้น

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อเวลา16.00 น. วันเดียวกันได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตั้งแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรทั้ง 9 ภาค ในส่วนทหารตั้งแต่ผู้บัญชา การทหารบก ถึงระดับผู้บังคับการกรม โดยมีนายสุเทพ เป็นประธาน ซึ่งเป็นการเน้นย้ำซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกัน ระหว่างทหาร ตำรวจ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมที่สร้างความเดือด ร้อนให้ประชาชนทั้งกรุงเทพ ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยเฉพาะการซักซ้อมทำความเข้าใจถึงการเตรียมการขอพื้นที่การ ชุมนุม หรือจะเรียกว่า การสลายชุมนุมก็แล้วแต่ ซึ่งขณะนี้มี ความพร้อมในเรื่องกำลัง รอวันเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น แต่คงไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ว่า เมื่อไร

“จาก ประสบการณ์ที่ผ่านมาในการเข้าปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ได้ยึดตาม กรอบกฎกติกา 7 ประการ โดยไม่มีการใช้อาวุธกระสุนกับประชาชน มีเฉพาะการยิงขึ้นฟ้า และยิงเพื่อป้องกันชีวิตตัวเอง วันนี้คงต้องเปลี่ยนไป หลักการโดยรวมเหมือนเดิม คือ ยึดตามหลักสากลจากเบาไปหาหนัก แต่ต้องมีระยะห่างระยะต่อ เราคงไม่สามารถปล่อยให้ท่านเข้ามาถึงตัวได้ ต้องมีระยะปลอดภัย ตั้งแต่ 100 เมตรเป็น ต้นมา ต้องเริ่มเตือนด้วยแก๊สน้ำตา น้ำ เครื่องขยายเสียงกำลังส่งสูง และจะไม่ยอมให้เข้าใกล้เกินกว่าระยะ 30- 40 หลา เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องใช้ปืนลูกซอง แต่วิธีการใช้อาวุธกระสุนจริงเราได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติเพื่อ สามารถชี้ชัดต่อสังคมได้ว่า ไม่ได้มุ่งที่จะเอาชีวิตกับผู้ชุมนุม และต้องมีความพอเหมาะพอสมกับเหตุการณ์ รวมถึงต้องเพียงพอที่จะระงับยับยั้ง ไม่ให้ท่านกระทำความผิดต่อกฎหมายต่อไปได้”โฆษกศอฉ.กล่าว

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นายสุเทพ ได้พูดในที่ประชุมถึงการปฏิบัติงาน ร่วมกันของทหารและตำรวจว่า ต่างฝ่ายต่างมีศักดิ์ศรี และเป็นข้าราชการเหมือนกัน ท่านให้กำลังใจทั้งทหารและตำรวจให้ร่วมกัน ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และประชาชน บ้านเมืองอยู่รอดได้ด้วยการบังคับ ใช้กฎหมาย หากวันนี้ทุกคนหย่อนยาน หากใครมีปัญหาไม่สามารถทำกฎหมายให้ เป็นกฎหายได้ วันข้างหน้าจะไม่มีใครตอบสังคมได้ว่า เราจะเดินกันไปอย่างไร และท่านยังกำชับต่อว่า หากท่านใดคิดว่า มีปัญหา ไม่สามารถปฏิบัติได้ ขอให้บอกท่าน ท่านจะส่งไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น ส่วนคนที่มีความสามารถในการทำหน้าที่ก็คงพร้อมทำหน้าที่ต่อไป

เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้ตำรวจไม่กล้าทำอะไร เพราะเกรงว่า จะตกเป็นแพะรับบาป พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนในศอฉ.รับผิดชอบร่วมกันตามภาระหน้าที่ ผู้สั่ง ผุ้อำนวยการ ผู้กำกับการปฏิบัติ แม้กระทั่งกำลังพลคนสุดท้ายก็รับผิด ชอบตามภาระหน้าที่ของตนเอง และตามที่สั่งการมา หากใครทำเกินกว่านั้นต้องรับผิดชอบ ซึ่งคดว่า ตำรวจคงไม่มีการเกร็งเพราะ ศาลได้ชี้ชัดว่า การสลายการชุมนุมทำได้ แต่ต้องทำตามขั้นตอนสากลจากเบา ไปหาหนัก ซึ่งวันนี้ได้ชี้แจงทำความเข้าใจขัดเจนแล้ว แต่การใช้อาวุธกระสุนจริงนั้นมีความจำเป็น เพราะทหารตำรวจล้วนมีเลือดเนื้อชีวิตเหมือนกัน เขามีสิทธิ์ที่จะปกป้องชีวิตของเขาได้ เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาบ่งบ อกแล้วว่า ผู้ชุมนุมมีอาวุธร้ายแรง และอาวุธหลายอย่างที่ประดิษฐ์ขึ้นสามารถ เอาชีวิตได้ทั้งสิ้น ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงได้นำอาวุธของเจ้าหน้าที่ที่ จะนำมายิงขึ้นฟ้า และเพื่อปกป้องตนเอในเหตุการณ์เมื่อ วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ไปวางกองบนเวที ซึ่งแกนำบอกเองว่า การ์ดของตนเองที่เป็นไอ้โม่งเป็นคนเอาปืนมาส่งให้ จนบัดนี้ปืนเหล่านั้นจำนวน 68 รายการยังไม่ได้รับคืน แสดงว่า กลุ่มแกนนำเอาไปแจกจ่ายหมดแล้ว และคงหลงไปที่นายเมธี 1 กระบอก ซึ่งหลัง จากถูกจับกุมนายเมธี รับสารภาพ และให้การเป็นประโยชน์เกี่ยวกับอาวุธ ปืน

เมื่อถามว่า ศอฉ.จะมีการออกหมายเรียกเครือข่ายขบวนการล้มเจ้า หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องนี้นายสุเทพ จะเป็นผู้ชี้แจง เพราะทุกอย่างอยู่ในกระบวนการที่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการ ยุติธรรม ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาออกหมายเรียก บุคคลที่เกี่ยวข้อง คาดว่า จะมีประมาณ 20 คน ส่วนหมายเรียกเดิมที่มีการเรียกกลุ่มสนับสนุนคนเสื้อแดงมารายงาน ตัวนั้น มีจำนวน 135 คน โดยได้มีการรายงานตัวแล้ว 86 คน

เมื่อถาม ว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงกรณีที่คนเสื้อแดงนำถัง แก๊สมาวางที่ศาลาแดงหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ผู้บังคับบัญชาทหารในพื้นที่โซนที่ รับผิดชอบกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ปฎิบัติงานร่วมกันคงได้มี การพูดคุยกัน ทั้งนี้ทางด้านการข่าวได้รายงานมาว่าจะมีการนำถังแก๊สมา ใช้เพื่อก่อความรุนแรงหมายเอาชีวิตทหารให้ตายหมู่ ซึ่งความรุนแรงเช่นนี้มีมานานแล้ว ทั้งเอ็ม60 อาร์พีจี ทุกอย่างที่มีไม่ได้มีความรุนแรง น้อยไปกว่าถังแก๊สแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่ม นปช.จะฟ้องร้อง

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นำเอกสารกล่าวหาแกนนำว่ามี ส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มล้างสถาบันนั้น ทุกอย่างต้องว่าไปตาม กระบวนการและตนก็ไม่ได้ชี้แจงไปตามภาวะอารมณ์ส่วนตัว ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ได้รับมอบหมายจาก ศอฉ. ทั้งนี้ไม่รู้สึกหนักใจที่จะ โดนฟ้อง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ถ้าทุกคนหนักใจกังวลใจไปทุกเรื่องก็ไม่ ต้องทำอะไร ทุกคนยึดมั่นตามกฎกติกา ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ส่วนกรณีที่กลุ่ม นปช.ปิดถนนใน ซอยโชคชัยร่วมมิตรนั้น เจ้าหน้าที่มีหลักฐานก็คงมีหมายเรียก หมายจับกันต่อไป ทั้งนี้ได้มีการกำชับกันแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้เรียก ผบ.ตำรวจได้ ตลอด เกิดอะไรขึ้นในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาอันดับแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ข้อมูลข่าวสารว่าจะมีการก่อเหตุ ก็จะให้กำลังของตำรวจภูธรในพื้นที่นั้นๆรับผิดชอบ ถ้าทำได้ก็ให้ทำ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยทหารที่ร่วมรับผิดชอบ เข้าไปบูรณาการร่วมกันและถ้ากำลังยังไม่พออีกก็มีกำลังเสริมอีก2ระดับ คือในส่วนของแม่ทัพภาคและศอฉ.

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานเรื่องการแจกหนังสือคอมมิวนิสต์ใน กลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ แต่ทางด้านฝ่ายข่าวคงมีข้อมูล และคงต้องมีการตรวจสอบกัน

เสื้อแดงเล็งฟ้อง ศอฉ.แพ่ง-อาญา กล่าวหาล้มสถาบัน

"สุเทพ" ยืนยันเตรียมออกหมายจับเครือข่ายล้มสถาบัน แม้เป็นถึงอดีตนายกฯ ขณะที่ ศอฉ.ย้ำมีหลักฐานชัดเจน ไม่ใช่แค่ดิสเครดิต

วันจันทร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

ตร.รายงานผล นปช.ล้อมบ้านนายกฯ-ปิด ถ.หน้าโรงกษาปณ์

 ตำรวจ
ตร.เผย รวบตัว 1 เสื้อแดงที่ล้อมบ้านนายกฯ ชี้ทำผิดประกาศ ศอฉ. อีก 7 คนจะออกหมายเรียก พร้อมแจงเหตุผลที่ยอมกลับที่ตั้ง
พลตำรวจตรีอนุชัย เล็กบำรุง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ในช่วงเช้า ถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่นำยานพาหนะไปปิดล้อม บริเวณหน้าบ้านพักนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายก รัฐมนตรีเมื่อวานนี้ว่า การกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนประกาศ ศอฉ. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่น ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเตรียมเรียกตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป โดยมีพยานหลักฐานทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดง 8 คนที่ถูกรวบตัวเมื่อวานนี้ ได้ดำเนินคดีไปแล้ว 1 คน ฐานฝ่าฝืนประกาศ ศอฉ.ทำให้เสียทรัพย์และพกพาอาวุธ ส่วนอีก 7 คน ที่ไม่ได้ร่วมชุมนุมกับคนกลุ่มใหญ่ จะมีการออกหมายเรียกมาดำเนินคดีในภายหลัง พร้อมกันนี้ จะออกหมายเรียกผู้เป็นเจ้าของรถกระบะที่นำเครื่องขยายเสียงพูดชี้นำกลุ่มผู้ ชุมนุมด้วย หากมีความเกี่ยวข้องก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน

สำหรับแผนรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าบ้านพักนายกรัฐมนตรีนั้น มีการปรับแผนอยู่ตลอดเวลา โดยเน้นงานด้านการข่าว เนื่องจากบ้านพักนายกรัฐมนตรีอยู่ในเขตชุมชนและย่านธุรกิจ จึงไม่สามารถปิดการจราจรได้ แต่หากมีการข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางมาก็จะนำกำลังไปปิดกั้นการจราจร

ด้านพันตำรวจเอกวิสูตร ฉัตรชัยเดช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ชี้แจงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงปิดถนนพหลโยธินขาเข้า บริเวณหน้าโรงกษาปณ์ จังหวัดปทุมธานีเมื่อวานนี้ ว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามดำเนินการตามขั้นตอนโดยการเจรจาอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จ โดยตำรวจยอมเดินทางกลับที่ตั้งและไม่มีเหตุปะทะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มคนเสื้อแดงต่อไป

ทั้งนี้สาเหตุที่ตำรวจไม่มีการใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุมเนื่องจากไม่อยาก ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางมาเพิ่มขึ้นจากประมาณ 500 คนเป็น 2 พันคนภายในเวลาครึ่งชั่วโมง ขณะเดียวกันก็อยู่ในช่วงพลบค่ำ จึงต้องใช้การเจรจาแทนการใช้กำลัง ทั้งนี้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้เกียร์ว่าง แต่ทำงานอย่างเต็มที่

Content by VoiceTV

เช็คความพร้อม 6 ด่าน..รับมือทหาร + ตำรวจ

นายกฯ-ผบ.ทบ.ออกรายการสัญญาณขัดข้อง

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

ชุดปฏิบัติ การจิตวิทยาทหาร ออกประชาสัมพันธ์ บริเวณโดยรอบถนนสีลม



ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

40 ส.ว.ประณามระเบิดสีลมจี้ รบ.ลากตัวมือยิงมาลงโทษ


ที่ รัฐสภา กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ออกแถลงการณ์กรณีเหตุระเบิดที่สีลมเมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บกว่า 70 รายว่า ขอแสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และขอประณามกลุ่มบุคคลที่กระทำการรุนแรงโดยใช้อาวุธสงครามต่อ ประชาชนผู้ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ใช้อาวุธ สงครามอย่างเคร่งครัดและเร่งด่วนทุกมาตรการที่จำเป็น ตามหลักปฏิบัติสากลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และขอสนับสนุนการแสดงออก ของประชาชนทุกภาคส่วนในการแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านความรุนแรง ของกลุ่มผู้ใช้อาวุธสงครามและปลุกระดมมวลชนด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ และกระตุ้นให้รัฐบาลและกองทัพเร่งรัดปฏิบัติหน้าที่รักษากฎหมาย และรักษาความมั่นคงของบ้านเมือง โดยขอให้อยู่ในกรอบการหลีกเลี่ยงการ เผชิญหน้า และไม่สร้างความเกลียดชังอีกด้านหนึ่งขึ้นมาในหมู่ประชาชน

แยกศาลาแดงตึงเครียด ตร.เตรียมเข้ารื้อบังเกอร์ของ นปช.

ประมวลเหตุการณ์ปะทะสีลม

กลุ่มคนเสื้อแดงบาง ส่วนได้เตรียมพริกตำละลายน้ำบรรจุใส่ถุงพลาสติก เพื่อใช้ขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ หากมีการสลายการชุมนุม




ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นำทีมนิติเวช พิสูจน์ร่องรอยการยิงระเบิดเข้าย่านสีลมเมื่อคืนนี้




ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ระเบิด 3 จุดถล่มสีลม เจ็บ 85 ตาย 1

ย้อนรอยเหตุปะทะที่ "สีลม"

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

เป็นกำลังใจให้ทหาร


พ่อค้า-แม่ค้าย่าน สีลม นำอาหารและเครื่องดื่มมอบให้ทหาร ที่เฝ้าตรึงกำลังป้องกันม็อบเสื้อแดงขยายพื้นที่การชุมนุมมายังถนนสีล

เสื้อแดงตรึงกำลังเข้ม 6 ด่านเน้นศาลาแดง


กลุ่ม คนเสื้อแดงตรึงกำลังเข้มบริเวณ 6 ด้าน โดยเฉพาะด่านที่ศาลาแดง เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม
บรรยากาศการชุมนุมของ กลุ่ม นปช.ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ช่วงเช้าวันนี้ ผู้ชุมนุมยังคงปฎิบัติภาระกิจส่วนตัวอยู่ ส่วนแกนนำยังไม่มีใครเดินทางมาที่เวที

ทั้งนี้ผู้ชุมนุมด้านหน้าเวทีส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากชายฉรรจ์รวมถึงกลุ่มวัยรุ่นกระจายไปอยู่ตามด่านต่างๆ ที่ได้ตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน (20) โดยเฉพาะด่านบริเวณแยกศาลาแดง ที่มีผู้ชุมนุมและการ์ด นปช. นั่งสังเกตุการณ์บนกองยางรถยนต์ที่นำมาเป็นแนวกั้น เพื่อป้องกันกรณีทหารเข้ามาสลายการชุมนุม เช่นเดียวกับด่านต่างๆในบริเวณแยกปทุมวัน แยกประตูน้ำ แยกเพลินจิต ก็ได้จัดด่านป้องกันในลักษณะเดียวกัน โดยมีการตรวจค้นอย่างเข้มงวด ทำให้การเข้าออกพื้นที่ชุมนุมค่อนข้างลำบาก

สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ในบริเวณแยกราชประสงค์และถ.สีลม ต่างก็เดินทางมาทำงานโดยรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดให้บริการตามปกติ ทำให้รถไฟฟ้าแน่นขนัดตั้งแต่ช่วงหกโมงกว่าเป็นต้นมา รวมทั้งยังมีการอาหารมามาให้ทหาร ขอถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ส่วนปลอกแขนของผู้สื่อข่าวยังใช้ของสมาคมนักข่าวได้ สามารถเข้าถึงหลังเวที ส่วนปลอกแขกของ นปช.ซึ่งมีคำว่ายุบสภานั้น ผู้สื่อข่าวส่วนใหญ่ไม่สวมที่แขน แต่ใช้การห้อยหรือพกติดตัวเพื่อแสดงถ้าถูกตรวจค้นแทน

Content by Voice TV

เครือข่ายประชาชน...ข้อเรียกร้องที่ต่าง กัน

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

เพื่อไทยยื่น ศอฉ.ขอทราบประเด็นเรียกรายงานตัว

แกนนำเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่ 20 เม.ย.

เสื้อเหลืองขีดเส้นให้รัฐบาลจัดการเสื้อ แดงอีก 7 วัน

มุมมอง "ชาวบ้าน"ที่มาร่วมเรียกร้องยุบสภา

แดงเผยรัฐเตรียมปืน 3,500 กระบอกปราบประชาชน

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

นายกฯ เรียกร้องปชช.อย่าเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้าย

แกนนำนปช.ย้ำปิดประตูเจรจาทุก ทาง/จับตาตร.ทำคดีผู้เสียชีวิต



จตุ พร พรหมพันธุ์ ชี้รัฐเบี่ยงเบนประเด็นทหารยิงประชาชน โยนความผิดให้ชายชุดดำ พร้อมโชว์ภาพแย้งรัฐ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และนายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. แถลงข่าวท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้ ว่า นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก เป็นแกนนำแห่ขบวนศพคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน โดยมีโลงศพทั้งหมด 14 โลง และมีศพจริงเพียง 2 โลง เนื่องจากศพที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนการชันสูตรศพ

เส้นทางการแห่ศพ เริ่มจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าถนนหลานหลวง เจริญผล บรรทัดทอง พระราม 4 กล้วยน้ำไท คลองตัน รามคำแหง สี่แยกบางกะปิ ลาดพร้าว ห้าแยกลาดพร้าว สะพานควาย อนุสาวรีย์ประชาธปิไตย ราชเทวี หลานหลวง และสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยขบวนแห่จะมีการเปิดเพลงธรณีกรรแสงตลอดเส้นทาง

การแห่ศพครั้งนี้ มีเป้าหมายที่ต้องการให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงว่ามีคนเสื้อแดงเสียชีวิตใน การเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนี้ พร้อมบอกว่า การที่รัฐบาลพยาบามเบี่งเบนประเด็นว่าชายชุดดำ เป็นผู้ยิงประชาชนและทหารเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากคนเสื้อแดงก็ยึดอาวุธปืน อาวุธสงครามจากทหารที่เข้าสลายการชุมนุมได้เช่นกัน การชันสูตรศพของตัวแทนแพย์แต่ละฝ่ายในวันนี้ จะเป็นเรื่องยืนยันได้ว่าคนเสื้อแดงเสียชีวิตจากอาวุธชนิดเดียวกับของทหาร

นายจตุพร ยังเปิดเผยอีกว่า ความพยายามให้กลุ่มคนเสื้อแดงกับรัฐบาลเปิดการเจรจาอีกครั้ง ของพรรคร่วมรัฐบาล หรือนักวิชาการ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ กลุ่มคนเสื้อแดง จะไม่ยอมเจรจาอีกแล้ว เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เป็นผู้สั่งให้ทหารยิงประชาชน จึงไม่มีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งอีก กลุ่มคนเสื้อแดงจะปักหลักชุมนุมจนกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยุบสภา

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให่ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดีกับคนร้ายและผู้สั่งการให้ฆ่า ประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่หากคดีดังกล่าวไม่มีความคืบหน้า และตำรวจทำแต่คดีปิดถนนของกลุ่มคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงก็จะไม่ยอมเช่นกัน

ส่วนรายชื่อทีมแพทย์ที่ร่วมชันสูตรศพที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจวันนี้ มีตัวแทนแพทย์จากหลายฝ่ายรวม 12 คน
1.ศ.คลินิกนายแพทย์สมชาย ผมเอี่ยมเอก (นายกสมาคมแพทย์นิติเวช)
2.รศ.พญ.นันทนา ศิริทรัพย์ (รพ.จุฬา)
3.พลอ.ต.นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม (รพ.รามา)
4.พล.ต.ต.ณรงค์ศ้กดิ์ เสาวคนธ์ (ผ.นต.)
5.รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบรูลย์ (หัวหน้าแพทย์ศิริราช)
6.พ..ท.นพ.เอกนก ยมจินดา (รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม)
7.รศ.นพ.สุพจน์ แจ่มสุวรรณ (รพ.จุฬา)
8.นพ.ทษนัย พิพัฒน์โชติธรรม (ม. ธรรมศาสตร์)
9.นพ.นิติกร โปริสวาณิชย์ (กระทรวงสาธาณสุข )
10.นพ.สฤษดิ์ ศรีนุกูล
11.นพ.เชิดชัย ตัยติศิรินทร์ (นปช.)
12.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (นปช.)

นปช.เคลื่อนขบวนแห่โลงศพผู้ชุมนุม


10.45 น. นปช.เคลื่อนขบวนแห่ศพแล้ว ใช้ถนนพระราม 4 ขาออก มุ่งหน้าบ้านนายกฯ ถนนสุขุมวิท นำโดยมอเตอร์ไซค์นับร้อยคัน (ภาพ @Phensasitorn)

ย้อนรอยจุดเกิดเหตุปะทะทหาร-เสื้อ แดง

เสื้อแดงจะเคลื่อนศพทั่วกรุง-รัฐย้ำทหาร ไม่ได้ยิง

ผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อ แดง

งานศพเสื้อแดง




แกนนำแดงประกาศแห่ศพไปบ้านอภิสิทธิ์เช้านี้


ขวัญชัย ไพรพนา ประกาศแห่ศพไปบ้านนายกฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังอีก 2 กองร้อยรักษาความปลอดภัยเข้ม

บรรยากาศเช้านี้ (12 เม.ย.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ ผู้ชุมนุมยังคงนำดอกไม้วางไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากการปะทะกันของเจ้าหน้าที่ ตำรวจและผู้ชุมนุม พร้อมเตรียมนำศพของผู้เสียชีวิตออกมาแห่ขบวน

โดยนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดร ประกาศว่า วันนี้จะนำกลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนแห่ศพไปยัง เส้นทางต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ จุดหนึ่งที่จะไปคือบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารได้วางกำลังกว่า 2 กองร้อย เพื่อรักษาความปลอดภัยในจุดสำคัญ ได้แก่ บริเวณแยกโรงเรียนสวัสดี หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ และปากซอยสุขุมวิท 81 หรือแยกสวัสดี นอกจากนั้นยังได้นำรถดับเพลิง รถควบคุมผู้ต้องหาจอดไว้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม

เสื้อแดงปล่อยตัว 4นายทหาร

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

แกนนำนปช.ประกาศบีทีเอสห้ามขนทหารเข้า พื้นที่ชุมนุม

เสื้อแดงราชประสงค์แจกหน้ากากผ้ากันสลาย การชุมนุม

เสื้อแดงผ่านฟ้าบุกทัพภาค 1 จนท.สุดต้านใช้น้ำฉีดสกัด












เกิด การปะทะระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเจ้าหน้าที่ทหารที่กองทัพภาคที่ 1 นอกจากนี้ยังมีเสียงดังคล้ายยิงปืนเป็นระยะ
เกิดเหตุชุลมุนเมื่อ กลุ่มผู้ชุมมนุมเสื้อแดง นำโดยนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดรฯ เดินทางจากสะพานผ่านฟ้ามาชุมนุมหน้าประตูกองทัพภาคที่1 ถ.ศรีอยุธยา และพยายามบุกเข้าไปภายใน โดยอ้างว่าได้เดินทางมากดดันไม่ให้ทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่ จนเกิดเหตุผลักดันกันทหาร ซึ่งผู้ชุมนุมเสื้อแดงทยอยเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำออกจากกองทัพภาคที่ 1 และพยายามปิดประตู ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถอยร่นออกมาบริเวณสนามเสือป่า พยายามปาท่อนไม้และสิ่งของตอบโต้ นอกจากนี้ ยังเกิดเสียงดังปังขึ้นเป็นระยะๆ

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 กว่าคนได้นำรถบรรทุก 6 ล้อจำนวน 2 คัน รถพ่วง 1 คัน รถกระบะ1คัน รถเก๋ง นำไปปิดกั้นเส้นทางบริเวณสี่แยกใกล้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารบุกยึดเข้าที่เวทีราชประสงค์

ด้านเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวนมาก เดินเท้าเข้ามาจากถนนสุขุมวิท มุ่งหน้ามาแยกดังกล่าว ซึ่งผู้ชุมนุมก็รวมกำลังเดินเข้าไปสมทบจุดดังกล่าว เพื่อเป็นแนวป้องกันไม่ให้ทหารผ่านเข้ามานอกจากนี้พบว่ามีทหารจำนวน 40 กองร้อย ตั้งธ.กรุงศรีอยุธยา แยกเพลินจิต เพื่อเสริมกำลังอีกส่วนหนึ่ง พร้อมทั้งเดินเท้าเข้าหากลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมพยายามโห่ร้องทหาร

เสื้อแดงบุกสถานีไทยคม ลาดหลุมแก้ว

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

เสื้อแดงขีดเส้นตายกกต. 14.00 น. นี้

นปช.เตรียมยื่นคัดค้านเรื่องรื้อถอนการ ชุมนุมแล้ว

เสื้อแดงเคลื่อนพลไปกกต.เร่งรัดคดียุบพรรค ประชาธิปัตย์

นปช.ระดมเคลื่อนพล10โมงวันนี้ พร้อมย้ำไม่มีการเจรจารอบ3


แกน นำ นปช. ปักหลักราชประสงค์ไม่มีกำหนด นัดรวมพล 10 โมงเช้าวันนี้ (5 เม.ย.53) พร้อมเคลื่อนขบวนทั่วกรุง แต่ยังไม่บอกเส้นทาง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลง ว่า ที่ประชุม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไคยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) มีมติอย่างเป็นทางการว่า จะปักหลักชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา แบบไม่มีกำหนดระยะเวลา พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศให้ไปร่วมการชุมนุมโดยในวันนี้ (5 เม.ย.53) เวลา 10.00 น. จะเปิดเผยว่า นปช. จะเคลื่อนไปที่ใด ทั้งนี้อาจจะมีขบวนผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งออกจากสี่แยกราชประสงค์ และจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปตามเส้นทางต่างๆ ในกรุงเทพฯ

ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่เป็นการเคลื่อนด้วยรถจักรยานต์ และรถปิคอัพ แต่อาจจะคาบเกี่ยวกับเส้นทางที่ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ประกาศห้าม โดยให้เหตุผลว่า ศอ.รส.ไม่มีสิทธิ์จะห้ามประชาชนในการเคลื่อนไหวโดยสันติและปราศจากอาวุธ และการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่ นปช. เคลื่อนขบวนไปตามจุดต่างๆ ไม่เคยเกิดความรุนแรง

ส่วนกรณีที่รัฐบาลขอให้ศาลมีคำสั่งให้ย้ายที่ชุมนุมนั้น นปช. ยอมรับผลการวินิจฉัยของศาล แต่ทันทีที่มีคำสั่งดังกล่าว ทีมกฎหมายของ นปช. ก็จะไปยื่นอุทธรณ์คำสั่งทันที เช่นเดียวกับที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคยทำ

นอกจากนั้นการเจรจากับรัฐบาลในรอบ 3 คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากคำพูดของนายกรัฐมนตรี กับการกระทำสวนทางกันกล่าวคือ ปากบอกอยากเจรจา แต่สิ่งที่ทำคือ ใช้สื่อของรัฐใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงมาโดยตลอด เมื่อรัฐบาลไม่จริงใจ การเจรจาก็จะไม่เกิดขึ้น

ส่วนที่มีการออกมาระบุว่า ประเทศชาติเกิดความเสียหายจากการเคลื่อนไหวของ นปช. หลายพันล้านนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับความเสียหายจนประเมินค่าไม่ได้ ทั้งจากการยึดสนามบิน การยึดอำนาจการปกครอง ซึ่งเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้นในวันนี้

อย่างไรก็ตาม กลุ่ม นปช.จะส่งตัวแทนไปเจรจากับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า โรงแรม รวมถึงธุรกิจต่างๆ บริเวณแยกราชประสงค์ว่า กลุ่มเสื้อแดงจะอำนวยความสะดวกให้ได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางเข้า-ออก ซึ่งจะทำให้คนกรุงเทพฯ หันมาสนับสนุนมากขึ้น

ศอ.รส.แถลงฉบับ 6 ห้ามแดงขายพื้นที่ชุมนุม

วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

แกนนำนปช.เปิดปราศรัยที่แยกราชประสงค์แล้ว

เสื้อแดงรุกสี่แยกราชประสงค์ ด้วยการเดินเท้า

เสื้อแดงบางส่วนประจำที่แยกราชประสงค์แล้ว

เสื้อแดงเคลื่อนม็อบปิดแยกราชประสงค์

เสื้อแดงยื่นหนังสือขอบคุณสหรัฐฯหนุน ชุมนุมโดยสงบ

เสื้อชมพูรณรงค์"ยุติม็อบอยากมีชีวิตปกติ"



แกนนำแดงขู่ปิดล้อมปปช.อาจเกิดเหตุรุนแรง

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

“จตุพร”เตือนรัฐบาลหยุดสร้างกระบวนการใส่ ร้ายเสื้อแดง

เผยพบเชื้อไวรัสตับอักเสบ-เอดส์ในเลือดเสื้อแดง เลือดหมูผสม


1 เมษายน 2553 น.พ.กุศล ประวิชไพบูลย์ ตัวแทนชมรมเพื่อนมหิดล ได้ยื่นหนังสือต่อนายอภิสทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ออกมาตรการดูแลประชาชน ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อจากการเทเลือดไปยังสถานที่ต่างๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง โดยมีนายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองเลขาธิการนายกฯ เป็นผู้รับหนังสือแทนนายกฯ
น.พ.กุศล กล่าวถึงการเก็บตัวอย่างเลือดที่ถูกเทไปยังสถานที่ต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุม มาตรวจยังห้องแล็ปโรงพยาบาลรามาธิบดี พบเชื้อไวรัสติดต่อร้ายแรง 3 ชนิด คือ 1.เชื้อไวรัสตับอักเสบบี 2.เชื้อไวรัสตับอักเสบซี และ 3.เชื้อไวรัสเอชไอวี หรือเชื้อไวรัสเอดส์ ที่อยู่ในเกณฑ์สูงกว่าปกติ

โดยเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มีค่าการติดเชื้อถึง 1 ล้านหน่วย ไวรัสตับอักเสบซี มีค่าการติดเชื้อ 5 หมื่นกว่าหน่วย ขณะที่เชื้อไวรัสเอดส์ มีค่าติดเชื้อประมาณ 113 หน่วย ซึ่งเชื้อทั้งหมดในทางการแพทย์ หากมีเพียง 40 หน่วย ก็สามารถติดเชื้อได้แล้ว

ทางกลุ่มเพื่อนมหิดล จึงเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่เข้าไปร่วมชุมนุมในช่วงที่มีการเทเลือดในสถาน ที่ต่างๆ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมบางคนอาจมีบาดแผลที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ และอาจเกิดการติดเชื้อได้ง่าย

นอกจากนี้ จากการตรวจผลดีเอ็นเอในห้องแล็บ ยังพบว่าเลือดที่ดำเนินการเททิ้งในสถานที่ต่างๆ มีส่วนผสมของเลือดหมูและเลือดคนผสมกันด้วย




กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

แกนนำนปช.เผย5เม.ย.เคลื่อนพลไปกกต.ทวงถามคดียุบพรรคประชาธิปัตย์


ที่บริเวณด้านหลังเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ-นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช . ) กล่าวว่า ตนพร้อมที่จะออกทีวีทุกช่องเพื่อชี้แจงกรณีการล้อมกรอบทุบรถนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย โดยยืนยันว่า นาย อภิสิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในรถ ส่วนกรณีนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นั้น เป็นเพราะนายนิพนธ์ ขับรถชนกำแพง จนคนเสื้อแดงเข้าไปช่วยด้วยการขึ้นไปบนหลังคารถเพื่อเอาไม้กระทุ้งและงัดนาย นิพนธ์ออกมา ไม่เช่นนั้นนายนิพนธ์คงตายไปแล้ว ยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ทั้งสิ้น

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 5 เม.ย.นี้ คนเสื้อแดงจะเดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือว่าล่าช้ามาก หากเทียบกับการยุบพรรคการเมืองอื่นๆที่ผ่านมา ดังนั้นต้องถามว่าทำไมถึงมีมาตรฐานไม่เท่ากัน อีกทั้งขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายทำเรื่องดำเนินคดีกับกกต.ทั้ง 5 คน ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 โดยนาย อภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต . หากยังยืนยันในท่าทีเดิมอาจจะเจอมากกว่านี้อีก

และตนเตือนไปจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มคนเสื้อสีชมพู เพื่อต่อต้านการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 2 เม.ย.เวลา 14.00 น. อยากถามจุฬาฯว่า พร้อมจะเจอกับความหายนะหรือไม่ที่ปล่อยให้มีการรวมตัวต่อต้านคนเสื้อแดงแบบ นี้ เพราะก็รู้กันดีว่า ทั้ง นายจำรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงษ์ อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ล้วนแล้วแต่เป็นพวกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคยยึดทำเนียบและยึดสนามบินทั้งสิ้น

ถามว่าจุฬาฯอยากจะเข้ามีเรื่องด้วยหรือไม่ เพราะตอนนี้คนเสื้อแดงกำลังว่างๆอยู่ รวมถึงขอเตือนสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ที่มีการขยายความเรื่อง"อำมาตย์อายุ 80 กว่าๆ" ด้วยว่า หากทำแบบนี้จะได้เห็นดีกัน เพราะถือว่าเป็นการใช้สถาบันกษัตริย์มาทำลายการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ส่วนเรื่องการเจรจานั้น ถ้ารัฐบาลยังยืนยันว่าจะยุบสภาภายใน 9 เดือน ก็ขอให้เลิกคิดไปได้เลย เพราะเราจะไม่ยอมเจรจาด้วยแน่นอน

ด้านนายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำปนช. กล่าวว่า ขอให้นายอภิสิทธิ์ มาแจ้งความจับตนเองเรื่องการทุบรถที่กระทรวงมหาดไทยได้เลย เพราะตอนนี้อยากให้มีการแจ้งความมาก ถามว่าหากไม่ใช่การสร้างสถานการณ์แล้วทำไมนายอภิสิทธิ์ ไม่มาแจ้งความ



กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ทักษิณ ทวิตยันยังแข็งแรงดีขำคนลือเป็นมะเร็ง


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ว่า "ตอนนี้อยู่ดูไบแล้วครับ ได้ข่าวจากเมืองไทยว่ามี mail forwardกันวุ่น ว่าผมเป็นมะเร็งผมร่วงหมด รู้สึกขำดี โบราณท่านว่ามีคนแช่งแบบนี้อายุจะยืน สาธุ ผมไปตรวจร่างกายที่มอสโคว์มาผลดีมาก มีคอเลสโตลอลตัวหนึ่งที่เรียกว่าตัวดีสูงเกินปกติไปนิดเดียว นอกนั้นดัชนีทุกตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหมดแข็งแรงดีครับ"

จตุพรลั่นรัฐบาลไม่เปลี่ยนยุบสภา9เดือนไม่เจรจา ขู่บุกNBTใส่ร้ายเสื้อแดง


นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แถลงข่าวที่เวทีการชุมนุมสะพานผ่านฟ้าลีลาศ วันที่ 1 เมษายน ชัดเจนที่สุดนอกจากรัฐบาลเล่นยุทธวิธีหมาป่ากับลูกแกะ ออกมาบอกว่าถ้าไม่เอายุบสภาภายใน 9 เดือนก็จะอยู่ต่อไปจนหมดวาระ 1 ปี 9 เดือนยังมีการให้ข่าวทางลับโดยทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ว่านปช.นัดหมายชุมนุม ใหญ่จะใช้วิธีเผาเป็นเผา

"เรียนยืนยันว่านายอภิสิทธิ์,นายสุเทพและทีมโฆษกเล่นกันคนละบทเป็น พฤติกรรมการใส่ร้ายต่างกรรมต่างวาระทำให้บรรยากาศการเจรจาแย่ลง ท้าพิสูจน์ไม่เคยได้รับการพิสูจน์ โกหกใหม่แทนที่ของเก่าทุกครั้งแล้วจะเจรจาได้อย่างไร ในขณะที่ลูกพรรคของท่านไม่หยุดให้ร้ายเผาบ้านเผาเมือง ที่พวกเราจะไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนและการเจรจาจะไม่เกิดขึ้นถ้ารัฐบาลยังโอหัง มีจุดยืนยุบสภาใน 9 เดือนและยังใส่ร้ายกันก็ไม่ต้องมาเจรจากัน"

แกนนำนปช. กล่าวว่า เช่นเดียวกับช่อง11ก็ยังใส่ร้ายคนเสื้อแดงเหมือนเดิม และถ้าไม่หยุดพวกเราจะไปเยือนช่อง 11 ขอให้พิจารณาดูให้ดีว่าทำไมเวลาประชาชนลุกฮือเขาบุกไปทุกครั้ง และขอเตือนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถ้ายังปล่อยให้นักวิชาการออกมาแสดงตัวต่อ ต้านคนเสื้อแดง เพราะว่ากลุ่มนักวิชาการดังกล่าวคนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งสิ้น



กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

นปช.ปลุกม็อบฝ่าสงกรานต์-"เหวง"รับอาจแยกชั่วคราว


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การแห่งชาติ(นปช.) ในช่วงเย็นมีผู้ชุมนุมบางตากว่าวันก่อน ขณะที่บนเวทีแกนนำต่างขึ้นมาปลุกระดมมวลชนให้พร้อมกับการเคลื่อนไหวใหญ่ใน วันที่ 3 เม.ย.โดยมั่นใจว่าจะเผด็จศึกรัฐบาลได้อย่างแน่นอน มีการเรียกร้องให้คนเสื้อแดงในต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาสมทบผู้ชุมนุมที่ สะพานผ่านฟ้าให้ได้จำนวน 1 ล้านคน จะทำให้รัฐบาลไม่อาจบริหารประเทศได้ ทางด้านหลังเวทีมีความคึกคักเมื่อกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างประมาณ 50 คน มาแสดงตัวเข้าร่วมการเคลื่อนไหวกับนปช.

เวลาประมาณ 20.00 น. นายวีระ มุกสิกพงศ์ ประธาน นปช. กล่าวปราศรัย ว่า ขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามกำลังทำทุกทางที่จะทำลายขบวนการเสื้อแดง โดยมีการปล่อยข่าวว่าแกนนำแตกแยกกันหลังจากการเจรจากับรัฐบาล ต้องการที่จะทำให้เกิดความกินแหนงแคลงใจกันในหมู่แกนนำ ยืนยันว่าความจริงสามเกลอยังเหนียวแน่น เราสู้กับเผด็จการ ตั้งแต่ คมช.เสี่ยงคมหอกคมดาบจนมาถึงวันนี้เข้าสู่ปีที่สี่ ถามว่าเราจะทะเลาะกันหาอะไร เพราะไม่มีอะไรต้องแย่งกัน มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่เราแย่งกันคือแย่งกันเข้าคุก รับประกันว่าจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การเจรจายังไม่เกิดในช่วงนี้ เพราะรัฐบาลตั้งเงื่อนไขที่จะยุบสภาที่เป็นไปไม่ได้ทั้ง 3 ข้อ คือ สถานการณ์เศรษฐกิจ รัฐบาลนี้ทำได้แต่การกู้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคประชาธิปัตย์เคยตระบัดสัตย์กับพรรคร่วมจึงเชื่อถือ ไม่ได้ และรัฐบาลบอกจะยุบสภาต่อเมื่อบ้านเมืองไม่มีความขัดแย้งก็เป็นไปไม่ได้ ซึ่งหนทางแก้ไขความขัดแย้ง คือ การยุบสภาทางเดียวเท่านั้น หากรัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะยุบสภาโดยเร็วที่สุดไม่มีเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคอาจ จะคุยกันใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม นพ.เหวง ยอมรับว่า แกนนำมีความกังวลเรื่องการชุมนุมในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นอย่างมาก เพราะเข้าใจว่าพี่น้องอยากกลับต่างจังหวัดในเทศกาลสงกรานต์จึงวางแนวทางเอา ไว้ 2 แนวทาง คือ อาจจะเล่นจัดงานสงกรานต์กันใน กทม.หรือไม่ก็แยกย้ายกลับบ้านก่อนแล้วกลับมาชุมนุมกันอีกครั้งซึ่งก็ไม่ใช่ เรื่องยาก

ทักษิณตั้งกองทุน1ล้านช่วยเสื้อแดงเสียชีวิต ส่วนบุตรผู้เสียชีวิตส่งเรียนจนจบป.ตรี


นาย นาวิน บุญเศรษฐ์ ผู้ประสานงานเสื้อแดง หรือ นปช. 17 ภาคเหนือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ กลุ่มเสื้อแดงซึ่งเป็นคนจังหวัดเชียงราย ที่มาร่วมชุมนุม กับกลุ่ม นปช. และเสื้อแดงส่วนกลางแล้วเดินทางกลับบ้านปรากฏว่า ได้เกิดอุบัติเหตุ ขับรถกระบะ ชนกับต้นไม้ที่ริมถนนสายแม่อ้อ - พาน ตำบลแม่อ้อ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ด้วยกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เรื่องนี้พวกเรารู้สึกเสียใจมาก ที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้กับพี่น้องเสื้อแดง

ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินมา ว่าจะไม่ทอดทิ้ง ผู้เสียชีวิต ทั้ง 5 ราย และสั่งให้มีการจัดตั้งกองทุน ช่วยผู้เสียชีวิตเป็นค่าทำศพ จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อเป็นการเยียวยา ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นเราจะมีเงินไปช่วยเหลือส่วนหนึ่ง ซึ่งคงต้องมีการประชุมกันอีกครั้ง โดยต้องรอ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนบุตรของผู้เสียชีวิตทั้ง 5คน พ.ต.ท. ทักษิณ จะส่งให้เรียนจนจบปริญญาตรี

นอกจากนี้ ในวันที่ 2 เมษายน นี้ตนเองในฐานะเป็นผู้ประสานงานเสื้อแดง 17 ภาคเหนือ จะเดินทางไปที่จังหวัดเชียงราย เพื่อไปร่วมงานเป็นเจ้าสภาพสวดพระอภิธรรมศพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคนเสื้อแดง และจะอยู่ถึงวันที่ 3 เมษายน ซึ่งจะเป็นวันเผา แล้วจะกลับมาร่วมชุมนุมกดดันให้รัฐบาลยุบสภาต่อไป



กรุงเทพธุรกิจออนไลน์