วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553
แกนนำเสื้อแดงลั่นชุมนุมใหญ่ปิดเกมก่อนสงกรานต์ 3เม.ย.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า จะพยายามทุกวิถีทางให้การชุมนุมจบก่อนช่วงสงกรานต์แต่หากไม่จบก็ สามารถชุมนุมต่อได้ แต่อย่างไรก็ตามการระดมพลเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 3 เม.ย.นี้จะระดมพลออกมาให้มากกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมาแต่รูปแบบจะมีการประกาศอีกครั้งและจะไม่เหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมาโดยหากไม่จบในวันนั้นจะมีการชุมนุมใหญ่ไปเรื่อยๆ
โดยหากรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนท่าทีว่าจะให้มีการยุบสภาภายใน 15 วันก็จะกดดันต่อไปทั้งนี้ขอย้ำว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเรื่องการทำ ประชามติถือว่าสายเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตามนปช.ไม่เคยกำหนดว่าจะปิดเกมในวันที่ 6 เม.ย. ซึ่งตรงกับวันจักรี และวันเกิดพรรคประชาธิปัตย์ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด แต่ต้องการให้จบก่อนเดือนสงกรานต์
“ยกที่สามจะไม่ต่อยแล้วหยุดและจะต่อยหลายๆทีติดต่อกัน จะต่อยให้สุดทางจนกว่าจะหมดแรง เพราะถ้ารัฐบาลไม่ยอมก็คือไม่ยอม เมื่อไม่ยอมก็ต้องสู้กันต่อไป” นายจตุพร กล่าว
ส่วนการเจรจาที่เคยนัดกันไว้ในวันที่ 1 เม.ย. นั้น หากรัฐบาลยังไม่เปลี่ยนท่าทีที่จะให้มีการยุบสภาภายใน 9 เดือนนั้น ท่าทีแบบคงคุยกับคนเสื้อแดงไม่ได้เพราะคนเสื้อแดงยังยืนยันเช่นเดิมว่าต้อง มีการยุบสภาภายใน 15 วัน ดังนั้นการเจรจาคงต้องเลื่อนออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนดจนกว่ารัฐบาลจะเปลี่ยน ท่าที อีกทั้งวันที่ 1 เม.ย.ยังไม่เหมาะกับการเจรจาเพราะเป็นวันโกหกแห่งชาติ หรือ วันตอแหลนานาชาติ ด้วย
แกนนำนปช. กล่าวอีกว่า แม้ว่านปช.จะไม่ชอบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ แต่ก็ขอร่วมประณามการวางระเบิดที่มูลนิธิรัฐบุรุษด้วย นปช.ไมได้สะใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด สำหรับนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ที่นปช.ยังไม่มีมาตรการไปเยี่ยมบ้านนายบรรหารนั้น เพราะคนเสื้อแดงยังหวังว่านายบรรหารจะเปลี่ยนใจไม่อยู่ร่วมกับรัฐบาล จึงอยากให้นายบรรหารได้ใช้เวลาคิดทบทวนก่อน
นักวิชาการกล่อม"วีระ"ให้โอกาสรัฐบาลยุบสภา3เดือน

ตัวแทนนักวิชาการที่เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาภายใน 3 เดือน ได้เข้าพบเพื่อหารือกับนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ด้านหลังเวทีปราศรัย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
จากนั้น นายวีระ เปิดเผยว่าได้ฟังข้อเสนอของนักวิชาการที่เสนอให้ยุบสภา 3 เดือน ถือว่ามีเหตุผล ส่วนจะนำมาปรับกับข้อเรียกร้อง 15 วันของนปช.หรือไม่นั้น ต้องรอเข้าสู่ที่ประชุมแกนนำ นปช.ก่อน
แกนนำนปช.ขอแรงแดง20ล้านคน3เม.ย.จี้รัฐบาลยุบสภา
บรรยากาศการชุมนุมช่วงบ่ายของกลุ่มคน เสื้อแดงซึ่งมีผู้ชุมนุมบางตากว่าทุกวัน เพราะผู้ชุมนุมได้เดินทางกลับต่างจังหวัดเพื่อผลัดเปลี่ยนกำลังเตรียมกลับ เข้ามาชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันเสาร์ที่ 3 เมษายนนี้ เพื่อกดดันรัฐบาลให้ยุบสภาโดยเร็วหลังจากที่การเจรจาล้มเหลวและบนเวทีได้มี ปราศรัยโจมตีรัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ที่ไม่ยอมรับข้อเสนอยุบสภาภายใน 15 วัน เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่มีอำนาจตัดสินใจด้วยตนเองนอกจากนี้ยังมีนักวิชาการมาขึ้นเวที และเรียกร้องให้รัฐบาลและแกนนำนปช.เดินหน้าเจรจาหาทางออกให้กับประเทศไทยต่อ ไป เพราะไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นมาอีก ทั้งนี้ได้มีการติดต่อมาจากกลุ่มนักวิชาการ 155 คน ที่เสนอให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 3 เดือน จะเดินทางมาพบนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช.ในวันที่ 31 มีนาคม เพื่อให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้กระบวนการเจรจากับรัฐบาลต่อไปเพื่อหาข้อยุติ ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ
นอกจากนี้ บริเวณภายในป้อมมหากาฬ ข้างสะพานผ่านฟ้าลีลาศกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้ร่วมกันปั้นปะติมากรรมหุ่น จำลองครึ่งตัวเท่าตัวคนจริงแบบลอยตัวของนายไพรวัลย์ นวมทอง คนขับรถแท็กซี่ที่ผูกคอตายประท้วงการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยจะให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดนำดินมาร่วมกันปั้นจนขึ้นรูปได้ และจะใช้มืออาชีพมาปั้นให้เหมือนตัวจริงซึ่งจะใช้เวลาปั้นประมาณ 3 วัน
หลังจากนั้น จะนำบล็อกดินดังกล่าวมาหล่อโดยใช้ปูนซีเมนท์ผสมกับเลือดของผู้ชุมนุมเสื้อ แดงที่ยังเหลืออยู่อีก 3 หมื่นซีซี ซึ่งเก็บไว้ในความเย็นยังไม่มีการบูดเสียแต่อย่างใด และนำมาหล่อผสมเป็นรูปั้นลุงนวม โดยจะมีการนำเลือดบางส่วนมาฉีดครอบด้วยแก้วและฝังไว้เป็นหัวใจของรูปปั้นลุง นวม ซึ่งจะนำมาตั้งไว้ด้านหน้าเวทีตรงกลางสะพานผ่านฟ้าลีลาศเพื่อให้ผู้ชุมนุม ร่วมกันสักการะบูชาและปิดทองเพื่อเป็นสิ่งกระตุ้นให้เดินหน้าต่อสู้และเป็น สัญลักษณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตยคืนมาให้ได้
เวลา 18.15 น.นายวีระ ขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 5 ให้แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือแดงทั้งแผ่นดินยืนหยัด ต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอำมาตย์จนยุบสภาในที่สุด การที่นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะยุบสภาตามข้อเสนอของแกนนำนปช.เพราะมีเหตุผล ต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ต้องการสร้างบรรยากาศที่ดี ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างกฎกติกาในการเลือกตั้ง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา ทำให้เห็นว่าเป็นความไม่จริงใจ รัฐบาลนี้ไม่ต้องการยุติความแตกแยกกว้างขวางมากขึ้นที่มาจากยึดอำนาจ การปฏิเสธยุบสภา เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการหาประโยชน์จากงบประมาณมหาศาล
ขอแสดงความเสียใจ และนายอภิสทธิ์ ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่จะเกิดขึ้น คนเสื้อแดงพร้อมจะเดินหน้าต่อสู้รัฐบาลอำมาตย์จนกว่าจะได้รับชัยชนะในที่สุด เน้นสันติวิธีอหิงสาปราศจากอาวุธ ขอให้เสื้อแดงร่วมกันใจร่วมพลังกันที่สะพานผ่านฟ้าทั้งประเทศจนกว่าบรรลุผล ซึ่งขอให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศที่มีกว่า 20 ล้านคน มารวมพลังกันที่สะพานผ่านฟ้า และยืนหยัดต่อสู้พร้อมกันจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ระลึกของรัชกาลที่สาม เป็นพระมหากษัตริย์คุณูปการต่อแผ่นดินไทยมหาศาล เสื้อแดงพร้อมกันลำรึกถึงพระองค์ท่าน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553
ชำนิ"ย้ำใช้วิธีเดิมเจรจา-ย้ำ 9เดือนเหมาะยุบสภา

นายชำนิ ศักดิเศรษฐ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะผู้เจรจาฝ่ายรัฐบาลให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ยังไม่มีการติดต่อประสานมาจากแกนนำคนเสื้อแดงเพิ่มเติม จึงไม่แน่ใจว่าเช้าวันพฤหัสบดีที่ 1 เม.ย.นี้ จะมีการหารือรอบที่สามหรือไม่
"แนวทางที่นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี เสนอให้ไม่ต้องมีการถ่ายทอดสดการเจรจานั้น รัฐบาลเห็นว่าการถ่ายสดจะทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นจึงคงจะไม่มีการใช้วิธีการอื่น และขอยืนยันว่าหากยุบสภาภายใน 3 เดือน ก็ไม่ต่างกับการยุบสภา 15 วัน แต่ถ้ายุบภายใน 6 เดือนก็จะไม่ทันกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดว่าจะต้องมีการทำประชามติใน 6 ประเด็น ภายใน 90-120 วัน และการที่รัฐสภาจะแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน จากนั้นต้องทำประชาพิจารณ์อีกไม่น้อยกว่า 60 วัน รวมแล้วก็จะใช้เวลา 9 เดือนพอดี" คณะเจรจาฝ่ายรัฐบาล กล่าว
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ชินวัฒน์ ยอมรับยุบสภา15เร็วเกินไป 3เดือนเหมาะสม

พรรคเพื่อไทย-นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำนปช. กล่าวถึงการเจรจาระหว่างแกนนำนปช.กับนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังคาดหวังว่าจะมีการเจรจาเป็นครั้งที่ 3 เพื่อหาทางยุติปัญหาและลดความแตกแยกในสังคม โดยส่วนตัวคิดว่ายังสามารถเจรจากันได้ โดยต้องดูเงื่อนไขเวลา ว่า การที่รัฐบาลเสนอมา 9 เดือนนั้น คงยาวนานเกินไป เพราะเมื่อรวมเวลาเป็นรัฐบาลรักษาการก่อนจัดการเลือกตั้ง ก็เป็นเวลาเกือบ 1 ปี แต่ต้องยอมรับว่าเวลา 15 วันที่แกนนำเสนอไปนั้นก็คงจะน้อยไป รัฐบาลอาจจะเตรียมการเลือกตั้งไม่ทัน หรือแม้แต่งานต่างๆที่ค้างอยู่ก็ต้องให้เวลาสะสางบ้าง
ส่วนตัวจึงเห็นว่าระยะเวลา 3 เดือนที่นักวิชาการต่างๆเสนออกมานั้นเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะเมื่อรวมกับระยะเวลารัฐบาลรักษาการก็จะประมาณเกือบ 5 เดือน ยังอยู่ในเวลาที่รับได้ แต่การเจรจาจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูผลการประชุมของแกนนำนปช.ว่าเห็นควรเสนอ แนวทางนี้หรือไม่
นายชินวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช.ต่อจากนี้ ได้หารือเบื้องต้นว่า เมื่อการเจรจายังไม่บรรลุจุดมุ่งหมาย ก็จะปักหลักกันชุมนุมกันต่อไป โดยยึดพื้นที่ถนนราชดำเนินเอาไว้อย่างเดิม จะพยายามยืนพื้นให้ได้ด้วยจำนวนประชาชนประมาณ 3 หมื่นคนทุกวัน ส่วนเมื่อเราชุมนุมใหญ่ก็ค่อยระดมคนเข้ามาให้มากที่สุดเหมือนที่ผ่านมา และจะมีการจัดถนนคนเดิน ให้คนมาชุมนุมได้ขายของหารายได้ เราพร้อมที่จะชุมนุมยืดเยื้อไปจนกว่าจะบรรลุจุดมุ่งหมาย หากจะถึงชี่วงสงกรานต์เราก็พร้อม ก็ถือว่ามาฉลองสงกรานต์กันที่กทม. อย่างไรก็ตามมาตรการกดดันต่อไปนั้น จะต้องรอมติที่ประชุมนปช.อีกครั้ง
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"เพชรวรรต-พระครูเสื้อแดง"เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

นายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล นางสาว กัญญาภัค มณีจักร สองแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมด้วยสมาชิกของกลุ่มรวม 8 คน เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.อิทธิรัชต์ แสนปัญญา พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังทั้งหมดถูกออกหมายเรียกจากการชุมนุมปิดล้อมกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ขับไล่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามคดีอาญาที่ 95/2553 ทั้งบุกรุกสถานที่ราชการ มั่วสุมเกิน 10 คน ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ร่วมกันขืนใจเจ้าพนักงาน หมิ่นประมาท กระทำการให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน รวมทั้ง หมด 12 คดี ก่อนจะนำตัวพิมพ์ลายนิ้วมือและทำประวัติ จากนั้นได้ปล่อยตัวและจะนัดมา พบอีกครั้งเพื่อส่งตัวให้พนักงานอัยการ
คดีนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดรวม 11 คน แต่ ได้เข้าพนักงานสอบสวน 8 คน ส่วนที่เหลืออีก 3 คน ที่มีสามเณรอนุวรรณ เขมะชะ รวม อยู่ด้วยยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
นายเพชรวรรต กล่าวว่า พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 เป็นคนกลับกลอก ใช้ไม่ได้ ในวันที่มีการชุมนุมบอกว่าให้คนเสื้อแดง"ว่ากันเต็มที่ ผมไม่ถือ ผมทนได้" แต่พอมาวันนี้ทุกอย่างถือหมด มีการแจ้งความหลายข้อหาเป็นหางว่าว แต่ไม่เป็นไรพวก เราก็พร้อมจะต่อสู่ตามกระบวนการยุติธรรม โดยมีพยานกว่า 2,000 คน ที่พร้อมจะเข้าให้ การกับตำรวจ นอกจากนี้กำลังปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมฟ้องกลับ ผบช.ภาค 5 หรือ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.
รายงานแจ้งว่า นายเพชรวรรตถูกพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาจากการเคลื่อนไหว ทางการเมืองตั้งแต่ปี 52 รวมทั้งหมด 27 คดี ขณะที่นางสาวกัญญาภัคร มีทั้งหมด 25 คดี ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยคดีทั้งหมดอยู่ในชั้นอัยการพิจารณา แต่ยังไม่มีคดี ใดที่อัยการมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาไล่เลี่ยกัน พระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญ เรือง ที่ถูก พ.ต.ท.ชัชพล องค์ศิริพร พนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง ออกหมายเรียกในคดีสาดเลือดใส่สารวัตรทหาร 3 นาย และ ทำให้เสื่อมค่าซึ่งกระถางธูปในบริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ หน้ามณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เข้ารับทราบข้อกล่าว หาด้วยเช่นกัน
พระครูสุเทพสิทธิคุณ ให้การว่า ในวันดังกล่าวได้นำประชาชนเดินทางไป เพื่อสักการะอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละเพื่อเป็นขวัญกำลังในก่อนเดินทางร่วม ชุมนุมใน กรุงเทพฯ โดยตั้งใจนำเลือดไปทิ้งที่สุสานหายยา อ.เมืองเชียงใหม่ แต่ปรากฏว่ามีสารวัตรทหารมาขวางไว้ เมื่อขอผ่านดี ๆ ไม่ให้เลยต้องสาดเลือดเข้าใส่ โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำไป เพราะอารมณ์โกรธแต่ทำไปเพราะหัวใจประชาธิปไตยที่ทนไม่ได้ที่รัฐบาลย่ำยี ศาสนา
สำหรับข้อกล่าวหาสาดเลือด พระครูสุเทพสิทธิคุณ ยอมรับและยินยอมจ่ายค่า ประบ 500 บาท ส่วนค่าเสียหายของกระถางธูปที่ต้องมีการเปลี่ยนใหม่ในราคา 7,600 บาท พนักงานสอบสวนจะเรียกตัวแทนจาก มทบ.33 มาเจรจาตกลงอีกครั้ง
พ.ต.อ.วีระวุฒิ เนียมน้อย รอง ผบก.ภว.เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางไปดูแลความเรียบร้อยในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของกล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะดำเนินการตาม ระเบียบในทุกขั้นตอน และหากผู้ตองหาต้องการอะไรที่อยู่ในระเบียบของกฏหมายตำรวจ ก็จะอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553
นปช.ปรับแผนไม่เคลื่อน ปักหลักราชดำเนิน

แกนนำนปช. แถลงปรับวิธีการชุมนุมพรุ่งนี้ (27 มี.ค.) จะไม่ตระเวนทั่วกรุง แต่จะระดมคนเสื้อแดงทั่วประเทศรวมตัว ถ.ราชดำเนิน ก่อนตัดสินใจกำหนดมาตรการบางอย่างเพื่อปลดแอกรัฐไทยออกจากอำนาจทหาร เชื่อปรากฏการณ์วันพรุ่งนี้จะนำสู่การเปลี่ยนแปลงไม่มากก็นอย
ส่วนกิจกรรมวันนี้ (26 มี.ค.) จะมอบหมายให้สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และเครือข่ายอาสาสมัครสันติวิธี เชิญชวนประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุม 5 เส้นทาง คือ 1.ออกจากผ่านฟ้า ไปตาม ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ประตูน้ำ อนุสาวรีย์ สะพานควาย จตุจักร ลาดพร้าว บางกะปิ พระโขนง คลองเตย เยาวราช
2.ยมราช ราชเทวี ราชประสงค์ นานา รัชดา ห้วยขวาง ประชาสงเคราะห์ ราชวิถี สามเสน เทเวศร์ บางลำภู 3.วรจักร หัวลำโพง สีลม บงรัก เจริญกรุง สาธุประดิษฐ์ วงเวียนใหญ่ พาหุรัด 4.ปิ่นเกล้า ท่าพระ บางบอน วงศ์ส่วาง บางซื่อ บางโพ ศรีย่าน และ 5.วรจักร พาหุรัด แยกบ้านแขก วงเวียนใหญ่ บางแค อ้อมน้อย ท่าพระ สาทร โดยในแต่ละเส้นทางจะเป็นขบวนเล็กๆ ใช้มอเตอร์ไซค์ 10 คัน และรถบรรทุกกระจายเสียง 1 คัน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553
ปธ.วุฒิเตรียมหารือ นายกฯขอถอนกำลัง ตร.-ทหาร จากบริเวณรัฐสภา

ประธาน วุฒิสภาเตรียมหารือนายกรัฐมนตรีให้ถอนกำลังตำรวจ-ทหารที่มีมากเกินไป บริเวณรอบรัฐสภา เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของรัฐสภา
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา นำสมาชิกวุฒิสภา แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการที่ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. วางมาตรการในการรักษาความปลอดภัยโดยรอบรัฐสภาเข้มเกินไป โดยไม่มีการประสานให้ทางวุฒิสภาทราบล่วงหน้า ทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการปฏิบัติงาน อีกทั้งเห็นว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ขณะนี้ยังคงเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยวันจันทร์ที่ 19 มี.ค.นี้ วุฒิสภาจะยังประชุมตามปกติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องวางกำลังรักษาความปลอดภัย เช่นเดียวกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยตนจะหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว และเพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของทางรัฐสภา
ส่วนกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขอความร่วมมือไม่ให้วุฒิสภา ผ่านร่างกฎหมาย ทั้ง 3 ฉบับ ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาเมื่อวานนี้(24มี.ค.) โดยที่ฝ่ายค้านไม่ได้เข้าร่วมประชุมนั้น ประธานวุฒิสภา ระบุว่า จะพิจารณาตามความเหมาะสม หากกฎหมายใดมีประโยชน์ จะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ด้าน พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รัฐสภา เนื่องจากถือเป็นการละเมิดอำนาจนิติบัญญัติ ทั้งนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้สอบถามไปยังนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ไม่ทราบเรื่องการนำกำลังทหารเข้ามาในเขตพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นการทำหนังสือรับทราบภายหลัง โดยไม่มีการหารือกันก่อน ทั้งนี้ ถือเป็นสิทธิ์ของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่พอใจตนเอง ที่ขึ้นเวทีกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ในเมื่อไม่สามารถทำหน้าที่ในรัฐสภาได้ ก็ต้องทำงานภาคประชาชนแทน ขณะเดียวกัน ขอประกาศว่าตราบใดที่รัฐบาล ไม่สั่งถอนทหารออกจากพื้นที่รัฐสภา ตนก็จะขึ้นเวทีกลุ่มคนเสื้อแดงต่อไป ทั้งนี้ ย้ำว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่มีอำนาจในการเจรจากับกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ผู้มีอำนาจที่แท้จริงคือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จึงจะทำให้ปัญหาจบได้ ซึ่งในฐานะที่เป็น จปร. รุ่นน้อง ขอฝากว่า เราถูกสั่งสอนให้รักชาติ พล.อ.เปรม รักชาติ รักสถาบันเท่าใด ตนก็รักชาติ รักสถาบันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ช่วงนี้ ติดภารกิจดูแลการประชุมรัฐสภาโลก ตนจึงไม่ได้เข้าร่วมการประชุมกับพรรคเพื่อไทย แต่เชื่อว่าจุดยืนของพรรค เดิม คือจะไม่เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร จนกว่า จะมีการถอนกำลังทหาร ออกจากพื้นที่รัฐสภา
วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553
เสื้อแดงเชียงใหม่ส่งมวลชน 2พันคนเสริมทัพกรุงฯ 27มี.ค.

เชียงใหม่- นางกัญญาภัคร มณีจักร แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า ในการเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา มีคนเสื้อแดงกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เข้าร่วมประมาณ 1,800 คน และจนถึงขณะนี้มีการสับเปลี่ยนมวลชนและให้คงไว้ในกรุงเทพฯ ประมาณ 800 คน ส่วนการส่งมวลชนเข้าร่วมชุมนุมในวันที่ 27 มี.ค. กลุ่มรักเชียงใหม่ 51ได้มีการเชิญชวนมวลชนผ่าน 3 ช่องทางหลัก คือ วิทยุชุมชน การเปิดเวทีปราศัยหน้าโรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วโรรส และการใช้รถขยายเสียงตระเวนเชิญชวนประชานชนทั่วเมืองเชียงใหม่
สำหรับการร่วมชุมนุมในวันที่ 27 มี.ค.กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตั้งเป้ามีรถกระบะเข้าร่วมการเดินทาง 200 คัน มีมวลชนขั้นต่ำ 2,000 คน โดยจะทยอยออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.ถึงเที่ยงคืนวัน 26 มี.ค. ส่วนที่ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่เป้าหมายหลักซึ่งกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะไม่เดินทางไปชุมนุมหรือจัดกิจกรรมอย่างใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะไม่มีเครื่องกีดขวางหรือเจ้าหน้าที่ส่งกำลังเข้าคุมสถานที่เหล่านี้ก็ ตาม
เสื้อแดงตำหนิรัฐบาลปิดล้อมบริเวณรัฐสภาทำจราจรติด ลั่นไม่ไปรื้อลวดหนามแน่

สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเช้า จำนวนผู้ชุมนุมค่อนข้างบางตา ทำให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านบริเวณการชุมนุมได้ โดยในช่วงสายนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดงได้นำประชาชนทยอยเดินทางด้วยรถบัส 3 คัน จากจังหวัดอุดรธานีมาสมทบกับการชุมนุมบนถนนราชดำเนิน นอกจากนี้ยังมีผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดเริ่มทยอยมาสมทบโดยใช้รถบัส จำนวน 3 คัน ทางด้านเวทีปราศรัยยังเป็นการสรุปข่าวรอบวันให้กับผู้ชุมนุมได้รับฟัง
โดยนายการุณ โหสกุล และนอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีกล่าวตำหนิการนำกำลังทหารมาปิดล้อมถนน 8 สาย รอบอาคารรัฐสภา ทำให้การจราจรติดขัด สร้างความเดือดร้อนให้คน กทม. นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าเหตุยิงเอ็ม 79 เข้าไปในกระทรวงสาธารณสุข เป็นแผนของรัฐบาลเพื่อกลบข่าว ครม.อนุมัติให้กองทัพบกซื้อเครื่องบินแบล๊คฮอว์ค 3 ลำ
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.แถลงข่าวหลังเวทีปราศรัยว่า ท่าที่การเจรจาระหว่างคนเสื้อแดงกับรัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้า เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ยังใช้ประเด็นปลีกย่อยยื้อเวลาการตั้งโต๊ะเจรจาไม่ต่างจากการรำฉุยฉาย หากไม่พร้อมเจรจาก็ให้บอกมา เพราะ นปช.ไม่เคยเรียกร้องให้เจรจา เรามีข้อเรียกร้องเดียว คือ ยุบสภาฯ ทั้งนี้รัฐบาลควรเลิกกล่าวหาว่าตัวแทนเจรจาของ นปช.ไม่ชัดเจน จึงขอพูดให้ชัดอีกครั้งว่า ตัวแทนในการเจรจาของ นปช.คือ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และน.พ.เหวง โตจิราการ
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การที่รัฐบาลสั่งการให้นำทหารมาตรึงกำลังรอบรัฐสภา และจุดหลักใน กทม.ทำให้ประชาชนสับสน เพราะไม่เคยมีการประชุมสภาครั้งใดที่ต้องใช้ทหารมากเช่นนี้ รถทหารที่ใช้ในการปฏิบัติการครั้งนี้ ยังได้นำสติ๊กเกอร์ปิดเลขที่รถ หน่วยงานต้นสังกัด และป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นการกระทำที่ใช้ในสงครามเท่านั้น ดังนั้นจึงเรียกร้องให้กองทัพบก หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. ออกคำสั่ง หรือคณะปฏิวัติฉบับที่ 1 ระบุถึงเหตุผลในการเคลื่อนกำลังทหาร รวมทั้งให้ชี้แจงด้วยว่าประเทศจะเดินหน้าอย่างไรภายใต้อำนาจกองทัพ การที่กองทัพเป็นเสาค้ำยันไม่ใช่เรื่องหน้าอายจึงควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ สถานการณ์การปฏิวัติเงียบที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นหุ่นเชิด ขณะนี้ทหารมีบทบาทมากในทุกรูปแบบ แต่รัฐมนตรีหลายกระทรวงกลับไม่มีบทบาทในการบริหารบ้านเมือง จึงยิ่งตอกย้ำว่าประเทศไทยอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการทหาร
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงการตั้งวอร์รูมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อรับมือการชุมนุมของเสื้อแดง ว่า เป็นสิทธิของรัฐบาลจะทำได้ แต่การดำเนินการใดๆ ต้องอยู่ภายใต้ กฎหมาย ตนเกรงว่าวอร์รูมพรรคร่วมจะเป็นวอร์รูมพ่อมด หมอผี นักเลงโต รวมดาวในยุทธจักร เพราะพ่อมดจากบุรีรัมย์กลับถึงประเทศไทยแล้ว จากนี้สังคมจึงต้องจับตามาตรการบนดินและใต้ดินที่จะออกมาหลังการตั้งวอร์รูม พรรคร่วม ขณะนี้การสั่งซื้อเสื้อแดงเป็นแสนตัวและการขนชายฉกรรจ์จากภาคอีสานตอนใต้ เข้ามาคุกคามการชุมนุมอย่างสันติยังมีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามตนแน่ใจว่าภายใน 1-2 วันนี้ นายอภิสิทธิ์จะไม่ยุบสภา จึงขอแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าวันที่ 27 มี.ค.นี้ จะมีผู้คนมหาศาลจะมาร่วมกันขับไล่นายอภิสิทธิ์ โดยฝ่ายต่างประเทศของคนเสื้อแดงจะประสานให้กินเนสบุคและหน่วยงานด้านสถิติมา บันทึกว่านายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯที่มีประชาชนออกมาขับไล่มากที่สุด
“การเคลื่อนขบวนในวันที่ 27 มี.ค.นี้ จะมีการปรับการเคลื่อนขบวนออกเป็นหลายสาย กระจายให้ทั่วกรุงเทพฯ เนื่องจากจะมีคนมาร่วมชุมนุมมากว่าวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา 3-5 เท่า จึงไม่ต้องการให้ท้ายขบวนคาอยู่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ส่วนจะเคลื่อนขบวนไปในจุดใดบ้างแกนนำจะประกาศในวันที่ 26 มี.ค.นี้ แกนนำ นปช.ยืนยันจะดูแลพื้นที่การชุมนุมและจะเปิดเส้นทางให้คนเสื้อแดงได้เข้าร่วม การชุมนุม หากทหารเพิ่มจุดสกัดก็จำเป็นจะต้องนำประชาชนไปแหกด่านด้วยมือเปล่า”นายณัฐ วุฒิ กล่าว
ด้านนายจตุพร กล่าวถึงการขออนุมัติหมายจับ ส.ต.ท.บัณฑิต ผู้ต้องสงสัยยิงอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม ว่า ส.ต.ท.บัณฑิต ถูกให้ออกจากราชการหลังร่วมค้าไม้เถื่อนที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี จากนั้นอดีตตำรวจคนนี้ไปซุกปีกนักการเมืองใหญ่เสื้อสีน้ำเงิน จึงเชื่อว่าผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคงหาตัวไม่ยาก แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ เป้าของจรวดลูกนี้ ต้องการยิงใส่วัดพระแก้ว ไม่ใช่กระทรวงกลาโหม เขาต้องการเล่นเกมใหญ่ เพื่อต้องการใส่ร้ายคนเสื้อแดง ทั้งนี้ภายหลังมีการเปิดเทปจากล้องวงจรปิด ทำให้ตำรวจออกมาตำหนิตำรวจด้วยกันเอง ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่ากรณียิงอาร์พีจี ทั้งคนซื้อรถกะบะวีโก้และคนยิงเกี่ยวข้องกับซีกรัฐบาล
นายจตุพร กล่าวต่อว่า สำหรับการนำทหารปิดล้อมรัฐสภาแสดงถึงการมีอำนาจเหนือฝ่านนิติบัญญัติ ทำให้ ส.ส.ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปภายในอาคารได้ ส.ส.ที่ยอมเป็นทาสของทหารก็ให้เดินเท้าเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ทำให้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีมติไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯ เพราะถือว่าเป็นการกระทำโดยไม่สมศักดิ์ศรี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สั่งห้ามไม่ให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุม สถานการณ์ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ทำตัวเหมือนจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกฯ ที่ทำการยึดอำนาจตัวเอง จนนำไปสู่การนองเลือด 14 ตุลา 2516 ดังนั้นเส้นทางจากวันนี้ถึงวันที่ 27 มี.ค. จะมีประเด็นออกมายั่วยุคนเสื้อแดงอีกมาก โดยฟางเส้นสุดท้าย คือ การปิดทางเข้าออกพื้นที่การชุมนุม ซึ่งถ้าเป็นความจริงคนเสื้อแดงจะแหวกทุกด่าน
" วันนี้คนเสื้อแดงจะไม่เคลื่อนขบวนไปหน้าสภาฯ เพราะต้องการให้รัฐบาลประจานตัวเอง ประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานการประชุมสหภาพสภาโลก ในวันที่ 27 มี.ค. แต่รัฐสภาของประเทศเจ้าภาพถูกทหารยึดไปแล้ว สมาชิกของสภานานาชาติจะเข้าประชุมกันอย่างไร" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร ยังกล่าวถึง การนำสาวงามจากนิตยสารมิสแม็กซิมไปให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในกรม ทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ว่า พ.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ราบ 11 คงกลัวคนไม่รู้ว่า ไปร่วมหุ้นกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เปิดอาบอบนวดลาเดอฟองค์ ย่านพระราม 9 จึงได้นำผู้หญิงมาซับเหงื่อ หอมแก้มทหาร ทำให้ภาพออกมาดูทุเรศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับคนเสื้อแดงหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงจะไม่โฟนอินเข้ามาพูดคุยในช่วงค่ำ เนื่องจากการโฟนอินแต่ละครั้งไม่ต่างจากการปราศรัย แต่สำหรับแกนนำได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยตลอด
กรุงเทพธุรกิจออรไลน์

เมื่อเวลา 22.30 น.วานนี้(23 มี.ค.) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) แถลงข่าว ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับ ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม อายุ 43 ปี ตำรวจนอกราชการ สังกัด สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 9 ต.โจดหนองแก อ.พล จ.ขอนแก่น เป็นผู้ต้องหาก่อเหตุยิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม เมื่อกลางดึกวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 689/2553 ลงวันที่ 23 มี.ค.2553
ข้อหาร่วมกันมีใช้อาวุธปืน และใช้เครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาติให้ได้ตาม กฏหมายกระทรวงฉบับที่ 11 (2522) เพื่อในการกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 288 ,พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันปลอมแปลงและใช่เอกสารราชการปลอม
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่าผู้ต้องหาเป็นตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการ เนื่องจากต้องคดีขนไม้เถื่อนเมื่อปี 2538 จากนั้นก็วนเวียนเข้าออกบ่อนการพนันตามชายแดนไทยกัมพูชา และยังติดตามนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในจังหวัดใกล้เคียง กทม. จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหามีส่วนพัวพันกับการยิงระเบิดเอ็ม 79 หลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการวางระเบิดที่ศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้ ชุดสืบสวนได้ติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ต้องหาได้ไปกบดานอยู่แถบชายแดนกัมพูชา ขณะเดียวกัน ยังสืบทราบว่าก่อนมาก่อเหตุเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ก็ยังวนเวียนอยู่แถวชายแดนกัมพูชา หลังจากนั้นก็เข้ามามาก่อเหตุใน กทม.แล้วหลบไปกบดานชายแดนเหมือนเดิม
ส่วนผู้ต้องหาอีกรายที่ร่วมก่อเหตุ อยู่ระหว่างการหาข้อมูลเพื่อออกหมายจับ ซึ่งจะทำไปพร้อมๆ กับการติดตามเจ้าของรถกระบะที่ก่อเหตุเพื่อมาสอบปากตำต่อไป
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวอีกว่า สำหรับพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสจนสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีได้ หากมีคนนำแจ้งจนจับกุมได้ก็จะมีเงินนำจับจำนวน 500,000 บาท หากตำรวจจับได้เองก็จะได้รางวัลนำจับจับ 5 แสนบาทเช่นกัน ทั้งนี้ ทางพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสทางตำรวจจะปิดบังเป็นความลับ โดยเชื่อว่าจะสามารถจับกุมได้ในเร็วๆ วันนี้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553
รพ.บ้านแพ้วโต้"บิ๊กจิ๋ว"ปล่อยข่าว"เปรม"ป่วยนอนร.พ.พร้อมมิตร

จากกรณี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์วันนี้(23 มี.ค.)ว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี ป่วยหนักและเข้ารักษาตัวโรงพยาบาลพร้อมมิตร ซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายโรงพยาบาลบ้านแพ้ว
ล่าสุด นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ กรรมการผู้บริหารโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ให้สัมภาษณ์ยืนยันกระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานนี้(22 มี.ค.) พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ได้เข้ามาที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร แต่อย่างใด อีกทั้งโรงพยาบาลพร้อมมิตรเป็นเพียงแค่โรงพยาบาลเล็กๆ ระบบรักษาความปลอดภัยไม่พร้อมในระดับคุมเข้มได้
"ส่วนกระแสข่าวระบุว่า เห็นนายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาของนายกรัฐมนตรีมาที่โรงพยาบาลพร้อมมิตรนั้น เนื่องจากนายแพทย์อรรถสิทธิ์ เป็นแพทย์พาสไทม์รักษาผู้ป่วยที่นี่" นายแพทย์ธวัช ระบุ
แกนนำเสื้อแดงกำชับคนมอร์เตอร์ไซด์แจกสติ๊กเกอร์ ห้ามออกนอกลู๋

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ขึ้นเวทีซักซ้อมความเข้าใจกับหน่วยมอเตอร์ไซด์สันติวิธี จำนวน 500 คัน ซึ่งจะออกไปแจกกสติกเกอร์ "ยุบสภา " โดยกำชับห้ามไม่ขบวนรถมอเตอร์ไซด์ออกนอกเส้นทาง โดยเฉพาะศูนย์ราชการแจ้งวัฒน ะและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแกนนำหน้าไม่ให้คนเสื้อแดงเข้าไปสร้างเงื่อนไข
นอกจากนี้ นพ.เหวง ยังได้ ระบุว่า รัฐบาลโจมตีผู้ชุมนุมทุกด้าน กระทรวงสาธารณสุขก็ใช้วิชาแพทย์สนองเจตนาทางการเมือง จึงขอทำความเข้าใจกับคนเสื้อแดงว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ซึ่งบรรยากาศโปร่ง อากาศถ่ายเท นอกจากนี้ อุณหภูมิพื้นที่ชุมนุมสูงกว่า 40 องศา ซึ่งจะฆ่าเชื่อไวรัสได้ทันที จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้หยุดกล่าวหา ว่าคนเสื้อแดง แพร่เชื้อไข้หวัด 2009
สำหรับขบวนรถมอเตอร์ไซด์ ที่จะออกแจกสติกเกอร์จะใช้เส้นทางเดียวกับวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 มี.ค.) คือออกจากสะพานผ่านฟ้าไปยมราช เพชรบุรี อโศก รัชดาภิเษก ลาดพร้าว บางกะปิ ลำสาลี รามคำแหง พระโขนง พระราม 4 พระราม 3 ขึ้นสะพานกรุงเทพฯ ไปฝั่งธนบุรี วงศ์เวียนใหญ่ ขึ้นสะพานสาทร กลับมาสีลม เยาราช หลานหลวง และ สะพานผ่านฟ้า
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
เสื้อแดงแจกสติกเกอร์5แสนแผ่นรณรงค์ทั่วกรุงให้ยุบสภา

เวลา 07.00 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.ได้นำผู้ร่วมชุมนุมตักบาตรพระสงฆ์ที่หน้าเวทีใหญ่ เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล และร่วมกันอธิฐานขอพรให้นายกฯ ยุบสภา นอกจากนี้พระสงฆ์กลุ่มสันติวิธี ยังได้อ่านแถลงการขอบิณฑบาตรไม่ให้รัฐบาลประกาศพรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจาก ประชาชน ชุมนุมกันอย่างสันติ
ทั้งบรรยากาศเงียบเหงา ผู้ชุมนุมค่อนข้างบางตา เพราะผู้ชุมนส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นนอน ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคล และรถรับจ้าง อาทิ แท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซด์ สามารถวิ่งผ่านเข้าออกบริเวณพื้นที่การชุมนุมได้ โดยเฉพาะสะพานผ่านฟ้าที่เป็นที่ตั้งของเวทีใหญ่ ส่วนเวทีใหญ่ ทีมงานนปช.ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีสรุปข่าวประจำวัน โดยพิธีกรตำหนิการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไทย ทั้ง ทีวี หนังสือพิมพ์ ซึ่งบิดเบือนตัวเลขจำนวนผู้ชุมนุมเสื้อแดง ซึ่งมีมากเป็นแสนเป็นล้านคน แต่สื่อมวลชนไทยกลับบอกว่ามาแค่หลักหมื่น ทำให้ผู้ชุมนุมที่ได้ฟังต่างจับกลุ่มด่านักข่าว
ขณะที่เจ้าหน้ากทม. ได้เข้ามากวาดเก็บขยะ สูบส้วมและเติมน้ำประปาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุม
จากนั้น เวลา 08.30 น. ด้านข้างเวทีใหญ่ เป็นจุดรวมพลของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์ชาวเสื้อแดง และมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากเขตต่างๆ ทั่วกรุงเทพ ฯ รอมาเข้าคิวลงชื่อรับแจกสติกเกอร์ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อลงชื่อเสร็จแล้วจะได้รับสติกเกอร์รูปหัวใจสีแดงแปะที่หน้าอก และสติเกอร์ขนาดหนึ่งส่วนสี่ ของกระดาษ A4 พื้นที่แดงตัวหนังสือสีขาว เขียนข้อความว่า "ยุบสภา" นำไปแจกประชาชนทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 5 แสนแผ่น
ระดมจนท.10กองร้อย คุมเข้มปลอดภัยครม.

บรรยากาศ ภายในกระทรวงสาธารณสุขและโดยรอบบริเวณเจ้าหน้าที่ทหารนำแท่งปูนมากั้นสลับ ช่องให้รถที่เข้ามาวิ่งซิกแซกเพื่อตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่อีกส่วนยืนรักษาการณ์อยู่ภายในและมีการติดตั้งลวดหนามโดยรอบ
สำหรับกำลังที่ใช้ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับ ครม. ในวันนี้มากจาก กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) จำนวน 10 กองร้อย 1,500 นาย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร 2 กองร้อย 300 นาย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจำนวน 1,000 นาย
ส่วนพื้นที่ภายนอกจะมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อพปร.) จำนวนหนึ่งดูแลการเจรจาภายนอกร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกำลังหลักจะอยู่บริเวณพื้นที่ภายในกระทรวงเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุนมบุกรุกเข้ามา
โดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในไม่มีอาวุธจะมีเฉพาะโล่ กระบอก และอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนเช่น ปืนแห่
นอกจากนี้ จะมีลวดหนามหีบเพลงล้อมรอบบริเวณทางเข้า - ออก ทุกประตู ส่วนข้าราชการที่จะเข้ามาทำงานในกระทรวงให้เข้ามาในช่วงบ่ายเพื่อลดปัญหาการ จราจร โดยให้เข้าออกประตูเดียวคือประตูหนึ่งที่ติดถนนติวานนท์
ทั้งนี้จะปิดประตูทางเข้า - ออก ทั้ง 5 ประตูบริเวณกระทรวงสาธารณสุข
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553
"อภิสิทธิ์"ยื่นฟ้อง"ทักษิณ"หมิ่นกล่าวหาโรคจิตสั่งปราบเม.ย.52

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก วันที่ 22 มี.ค.53 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 , 326 , 328 และ 332
ตามคำฟ้องสรุปว่าเมื่อวันที่ 14 -17 มี.ค.53 เวลากลางคืนระหว่าง 20.00 น.- 22.00 น.พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยได้ทำการถ่ายทอดสดภาพและเสียงจากต่างประเทศ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต วีดีโอลิงค์ บนเวทีปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถ.ราชดำเนิน โดยมีข้อความกล่าวพาดพิงนายอภิสิทธิ์โจทก์ ทำให้เสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่น ทำนองว่าโจทก์มีอาการป่วยทางโรคจิตเพราะชอบใช้ความรุนแรง ทำตัวเป็นผู้ดีอังกฤษไม่มีความเป็นคนไทย เจอผู้ใหญ่ไม่เคยไหว้ ไม่มีสำมาคารวะ และเป็นคนไม่มีศาสนา ไม่มีหิริโอตัปปะ ไม่มีความเกรงกลัวและละอายต่อบาป อยู่ในสิ่งแวดล้อมของคนสีม่วง มีอารมณ์ก้าวร้าว และโจทก์ได้อำนาจมาจากการปล้น โดยพวกอำมาตย์ช่วยปล้นมาให้ รวมทั้งกล่าวหาว่าโจทก์สั่งการให้ทหาร ตำรวจสร้างสถานการณ์จลาจล เพื่อใช้กำลังปราบปรามประชาชนในเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2552
ซึ่งข้อความปราศรัยของจำเลยดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ช่องพี เพิลแชนแนล วิทยุและโทรทัศน์ช่องอื่นทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนที่ฟังและชมการถ่ายทอดทั่วประเทศเข้าใจว่าโจทก์ เป็น คนที่มีใจอำมหิต โหดเหี้ยม ซึ่งคำปราศรัยของจำเลยล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น โดยคลิปเสียงของโจทก์ที่มีข้อความว่าโจทก์สั่งการให้ทหาร ตำรวจปราบปรามประชาชนในเดือนเมษายน 2552 ปรากฏชัดแล้วว่า กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการพิสูจน์อย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็นการตัดต่อเสียงของโจทก์ โดยกลุ่มเสื้อแดงนำคลิปเสียงดังกล่าวไปเผยแพร่เพื่อมุ่งหวังในการปลุกระดม และให้ประชาชนที่ไม่ทราบความจริงเกิดความเกลียดชังและอาฆาตต่อโจทก์
ท้ายคำฟ้อง โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายและให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาของศาล ทั้งฉบับในหนังสือพิมพ์รายวัน 9 ฉบับ ติดต่อกันเป็นเวลา 15 วัน ในหน้าข่าวปกติและขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก ด้วย
โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1074 / 2553 เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ทั้งนี้ภายหลังยื่นฟ้อง นายไพบูลย์ โพธิ์น้อย ทนายความซึ่งรับมอบอำนาจให้มายื่นคำฟ้อง กล่าวว่า คดีนี้นายกฯ ไม่ได้มอบอำนาจให้บุคคลใดฟ้องคดีแทน ดังนั้นเมื่อมีการไต่สวนมูลฟ้องนายกฯ จะเดินทางมาเบิกความด้วยตนเอง เหมือนเช่นคดีที่เคยยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. อย่างไรก็ดีจะมีการฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อไปด้วยหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะขณะนี้ได้รับแจ้งให้ยื่นฟ้องคดีอาญาเท่านั้น ส่วนที่ท้ายคำฟ้องขอให้นับโทษ พ.ต.ท.ทักษิณต่อจากคดีอาญาที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่คดีในความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ทางกฎหมายเมื่อฟ้องคดีอาญาและปรากฎว่าจำเลยเคยได้รับโทษในคดีอาญาก็ สามารถที่จะยื่นร้องขอให้ศาลนับโทษต่อได้
"สุเทพ"ยันมีแผนสำรอง หากเสื้อแดงบุกระหว่างประชุมครม.ทึ่สาธารณสุข

"สุเทพ" เผยมีแผนสำรอง รับมือแดงบุกล้อม สธ.ป่วนประชุมครม.
สำนักข่าว เนชั่น โดย สมัชชา หุ่นสาระ
(22มี.ค.)กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) -นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมอีกครั้งถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงนี้ว่า ตอนนี้เรามีมาตรการในการสื่อสารว่าด่านไหนจะมีจุดสกัดจับ บางที่เขาก็รู้ว่าเราสื่อสารกันอย่างไรด้วยซ้ำ ส่วนคดียิงระเบิดอาร์พีจี 2 ครั้งนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบ แต่เราอย่าลงลึกในรายละเอียดของคดี ยืนยันมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ
“ตอนนี้ฝ่ายรัฐบาลทำอะไร เสื้อแดงรู้เรื่องเร็วมาก ผมไปสำรวจดูสถานที่ที่จะประชุม ครม.ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้แต่คิดยังไม่ได้ทันพูดจาอะไรกับครม. ตี 3 ตี 4 มีคนโทรมาถามแล้วจะไปประชุมที่นั่นที่นี่ เหตุที่เลือกกระทรวงสาธารณสุข เพราะมีทางเข้า-ออก หลายทาง เฮลิคอปเตอร์สามารถขึ้นลงได้” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมที่เขาไม่ได้มาเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เพราะมองรัฐบาล 2 มาตรฐานมีจำนวนเท่าไร นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าจริงๆประชาชนไม่ได้รู้สึกเรื่อง 2 มาตรฐาน แต่ประชาชนที่มาส่วนหนึ่งเขามีความเดือดร้อนส่วนตัวอย่างเรื่องที่ทำกิน เป็นต้น อย่างนั้นมี แต่ในกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีกี่ฝักกี่ฝ่ายตนไม่รู้ ส่วนกรณีที่มีผู้ชุมนุมมาเดินกระจายจำนวนมากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่คนกรุงเทพฯทั้งหมด ข้อเท็จจริงคือเขามีประมาณ 65,000 คน ซึ่งมีมาก่อนแล้วประมาณ 30,000 คน ส่วนที่เหลือระดมมาจาก กทม.และจังหวัดใกล้เคียงอีกประมาณ 35,000 คน ซึ่งเราเข้าใจ และในวันที่ 24 - 25 มีนาคมที่เขาจะระดมกันอีกรอบนั้น เรายังประเมินไม่ได้ว่าจะมีจำนวนเท่าไร
เมื่อถามว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมกระทรวงสาธารณสุขก่อนที่รัฐมนตรีจะเข้าประชุมกันมี แผนรองรับอย่างไร มีสถานที่สำรองหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนนี้บอกไม่ได้ แต่คิดแผนไว้แล้ว เมื่อถามว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้ ผบ.เหล่าทัพเกิดอาการแกว่งหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่แกว่ง ทุกอย่างเรียบร้อย เมื่อถามว่า การปฏิวัติลืมไปได้เลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ล้านเปอร์เซ็นต์ไม่มี เมื่อถามว่า เราจะมีโอกาสเห็นการสลายการชุมนุมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเองไม่ต้องการเห็นและไม่อยากให้มีโอกาสนั้น และยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าหากเกิดเหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 เข้ากระทรวงสาธารณสุข นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าคงยิงไม่ได้
แกนนำเสื้อแดง ยันเจรจานายกฯคนเดียว ยื่นเงื่อนไขยกเลิก พรบ.มั่นคง ยุบสภา

-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. แถลงข่าวประจำวัน โดย นายณัฐวุฒิ แถลงว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวก่อกวนสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ชุมนุมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นวิธีที่ลูกผู้ชายไม่ทำกัน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีการโรยตะปูเรือใบ ซึ่งไม่ได้อยู่นอกเหนือจากความคาดหมายของคนเสื้อแดงที่จะมีการลอบกัดผู้ ชุมนุม รวมถึงที่มีชายมาทำลายจานดาวเทียมของคนเสื้อแดง ขณะนี้ เสื้อแดงได้ประสานตำรวจให้มาตรวจตราอย่างเข้มงวด
นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงยุทธศาสตร์อภิสิทธิ์อยู่ไหนเสื้อแดงอยู่ที่นั่นว่า ขณะนี้เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องพยายามออกจากค่ายทหารที่ไปฝังตัวอยู่นับ 10 วัน โดย 2-3 วันที่ผ่านมาใช้วิธีการและเทคนิคตื้นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ในการเรียกทีวีไปสัมภาษณ์ในค่าย เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวตลอดเวลา แต่แท้จริงแล้ว นายอภิสิทธิ์ ไม่สามารถไปไหนได้ และไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายของรัฐได้ ซึ่งในวันนี้ ทราบว่า นายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่ตรวจลุ่มน้ำโขง ซึ่งเสื้อแดงยืนยันว่า หากนายอภิสิทธิ์ไปไหนเราจะตามไปดู ไม่มีการสกัดขัดขวาง แต่เพื่อเรียกร้องให้มีการยุบสภา โดยขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงที่ จ.หนองคาย และจังหวัดใกล้เคียงกำลังรวมพลไปพบนายอภิสิทธิ์อยู่ หากมีผลความคืบหน้าจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนทราบว่า วันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.)นายอภิสิทธิ์ จะพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะประชุมครม.ให้ได้ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเป็นนายกฯ ที่สามารถขับเคลื่อนกลไกลได้ตามปกติ ทั้งนี้ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์จะประชุมที่ใด ทั้งทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา หรือที่อื่นๆ ถ้าเรารู้เราจะตามไปดู โดยแกนนำจะนำไปเอง ซึ่งในการไปครั้งนี้จะได้มีโอกาสพบกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลด้วยซึ่งจะรวมใน คราวเดียวกันเลย
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรุ่งนี้บนเวทีแกนนำจะออกอาวุธลับกับนายอภิสิทธิ์ โดยจะนำภาพที่หล่อและดูดีที่สุด ของนายอภิสิทธิ์ขึ้นบนเวที ในเวลา 19.00 น. จึงอยากเชิญชวนประชาชนที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุมทั้งหลาย ติดตามพีเพิลแชลแนลและทางเวปไซด์ และร่วมกันหัวเราะเยาะนายกรัฐมนตรีคนนี้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะถือเป็นนายกฯคนแรกที่สังคมไทยออกมาไล่มากที่สุด และจะเป็นผู้ที่ถูกหัวเราะเยาะมากที่สุดด้วย ให้โลกทั้งโลกได้รับรู้
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับการตรวจเยี่ยมหน่วยทหารบริเวณรอบๆ พื้นที่การชุมนุม จะเป็นการดำเนินการของคณะสันติวิธี นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ร่วมด้วยตัวแทนสุภาพสตรี 1 พันคนเพื่อไปพบปะเยี่ยมเยียนหน่วยทหารต่างๆ รวมถึงจะดูวิธีจัดวางกำลังของทหารเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการ์ดเสื้อแดง หากต้องนำมาประยุกต์ใช้ โดยจะไปตรวจสอบว่าทหารมีแก๊สน้ำตา มีโล่ มีกระบองมากน้อยอย่างไร ซึ่งเราคิดว่าคงไม่เจอปืน เพราะทางทหารประกาศมาตลอดว่า ไม่มีอาวุธ แต่สุดท้ายแล้วหากพบเจอ เราก็หวังว่าจะได้รับคำอธิบาย
ด้านนายจตุพร กล่าวว่า จากการที่ตนระบุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่าจะไปตรวจเยี่ยมหน่วยทหารบริเวณหน้าวัดตรีทศเทพ ถือเป็นความบริสุทธิ์ใจที่มีการแจ้งกันก่อนล่วงหน้า จนขณะนี้ ทางทหารถอนกำลังเหลือเพียง 10 นาย ดังนั้น เราจะยกเลิกการไปตรวจหน้าวัดตรีทศเทพ แต่จะไปบริเวณวัดโสมนัส แยกนางเลิ้ง สะพานเทวกรรม และวัดมกุฎกษัตริยาราม
ส่วนการติดตามภารกิจของนายกฯ กลุ่มเสื้อแดงจะไม่ประกาศก่อนว่าจะตามเข้าไป แต่จะรอให้นายกฯ เข้าถึงพื้นที่ก่อน แล้วจึงจะให้ชุดเคลื่อนที่เร็ว ประกอบไปด้วย รถกระบะ รถมอเตอร์ไซด์ตามเข้าไป ซึ่งเราได้รับแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์จะไป จ.นครปฐม เราก็จะตามไป รวมถึงทุกที่อื่นใดในประเทศ ยกเว้น นายอภิสิทธิ์จะประชุมในเรือ หรือบนเครื่องบินที่เราไม่สามารถติดตามไปได้
นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงการที่นายอภิสิทธิ์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตรวจพื้นที่ลุ่มน้ำโขงกับนายอลงกรณ์ พลบุตร รมว.พาณิชย์ ถือเป็นความพยายามที่จะเบี่ยงประเด็นเพราะปัญหาภัยแล้งในลุ่มน้ำโขงไม่ได้ เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ เช่นเดียวกับกรณีที่นายอลงกรณ์เคยติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปที่ประเทศดูไบ
นายจตุพร ยังเรียกร้องให้ ศอ.รส. ขยายผลการจับกุมผู้ที่ยิงอาร์พีจี ย่านกระทรวงกลาโหม ซึ่งทางการออกข่าวว่า สามารถจับกุมตัวผู้ยิงได้ และรถที่อ้างว่าใช้ก่อเหตุมีการขายเป็นทอดๆ เราทราบว่าความจริงแล้วเอามาจากบ่อน จึงอยากให้ทำการตรวจสอบและแถลงให้สาธารณะชนรับทราบ
นายจตุพร ยืนยันกรณีที่มีผู้ใช้ผ้าคลุมหน้าและสวมเสื้อแดงไปก่อกวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า ใต้ดินจากหัวลำโพง ไปบางซื่อ วานนี้ (21 มี.ค.) ว่า ไม่ใช่ผีมือของคนเสื้อแดง แต่เป็นผีมือของผู้ที่ต้องการสร้างความชิงชังให้กับประชาชน ดังนั้น จากนี้ไปเราจะห้ามคนเสื้อแดงไม่ให้เอาผ้าคลุมหน้าตาเด็ดขาด หากมีเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้เกิดขึ้น หรือใช้วิธีการอื่นไปก่อกวนประชาชนให้มีความเกลียดชังเสื้อแดง ถือว่าเป็นแดงปลอม ซึ่งผู้ที่ใช้วิชามารแบบนี้จะต้องได้รับการตอบโต้จากคนเสื้อแดง
นพ.เหวง กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่านายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ มาอยู่ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง ซึ่งแกนนำเสื้อแดงยืนยันแล้วว่า จะไม่มีการเจรจายกเว้นนายกฯอภิสิทธิ์คนเดียวเท่านั้น หากรัฐบาลจริงใจในการเจรจา ต้องให้เรามีสติ มีสมาธิ และรัฐบาลจะต้องยกเลิก พ.ร.บ.ความมั่นคงและถอนทหารออกจากพื้นที่
รวมถึงการที่รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย หากยังมีรถถังและกำลังทหารล้อมรอบอยู่ เราจะไม่มีสมาธิในการเจรจาและรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้คนเสื้อแดงใช้ช่อง 11 เป็นช่องทางในการชี้แจงประชาชน อาจจะเป็นหนึ่งในสิบที่รัฐบาลใช้อยู่ก็ได้ เวลานั้น ก็อาจจะทำให้บานประตูของการเจรจาเกิดขึ้นจริงก็ได้
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
เสื้อแดงลำปางปรับกลยุทธ์ร่วมชุนนุมที่กรุงเทพฯ

พ.ต.ท.ดีชัย พาณิชย์ ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง เปิดเผยว่า กลุ่มคนเสื้อแดงลำปางได้แนวความคิดใหม่ในการเคลื่อนไหวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช. นอกจากจะเดินทางด้วยรถบัสเช่าเหมาที่จัดไว้ให้แล้ว อาจจะให้คนเสื้อแดงลำปาง เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยรถไฟฟรีหรือให้ขึ้นรถทัวร์โดยสารที่สถานีขนส่ง โดยทางแกนนำจะออกค่าตั๋วโดยสารให้ แต่การเดินทางขากลับ จะให้ขึ้นรถโดยสารฟรีของรัฐบาลกลับ และใครจะไปกี่วันแล้วแต่ความสมัครใจของแต่ละคน แต่ตนขอยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯอย่างต่อเนื่องเพื่อเคลื่อนไหวชุมนุมที่กรุงเทพฯจน กว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะยุบสภา
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
หมอเหวงประกาศขออาสาหญิงพันคนเข้าตรวจค้นเต๊นท์ทหาร

เมื่อเวลา 09.00 น.นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.ประกาศกาศบนเวที รับเกณฑ์หน่วยสันติวิธีเฉพาะผู้หญิงจำนวน 1,000 คน เพื่อขอให้มารวมตัวด้านข้างเวที เพื่อไปขอพบผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร ทุกแห่งรอบสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตามมาตรการเต๊นท์ต่อเต๊นท์ในการเข้าไปตรวจอาวุธของทหาร
เบื้องต้น นพ.เหวง ได้ปราศรัยทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมว่า จะไม่เข้าไปบุกค้นแต่จะขออนุญาติดีๆ ให้ทหารเปิดรถ เปิดเต๊นท์ เพื่อให้อาสาสมัครสันติวิธีหญิงได้เข้าไปขอตรวจค้น หากหน่วยใด ไม่ให้ความร่วมมือ กลุ่มเสื้อแดงก็จะทำป้ายผ้าขนาดใหญ่ติดไว้หน้าเต้นทหารว่า หน่วยทหารหน่วยนี้ใช้อาวุธสงครามเพื่อเข็นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์
กรุงเทพธุรกิจออรไลน์
วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553
เสื้อแดงยังเดินหน้าเรียกร้องให้นายกฯยุบสภา
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินโชคชัย-ร่วมมิตรปิดชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรัชดาภิเษกฝั่งประตูโชคชัย-ร่วมมิตรได้ปิดให้ บริการลงแล้ว โดยขอให้ผู้โดยสารไปใช้สถานีใกล้เคียง ซึ่งจนท.ชี้แจงว่า ขอปิดบริการชั่วคราวจนกว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะเคลื่อนตัวผ่านพ้นไปก่อน และในขณะนี้ขบวนคนเสื้อแดงบนถนนรัชดาหัวขบวนอยู่ที่หน้าตึกโอลิมเปีย ส่วนท้ายขบวนอยู่ที่หน้าสน.สุทธิสาร ขณะที่อีกขบวนที่อยู่ศาลอาญาท้ายแถวอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุด
นอกจากนี้กลุ่มเสื้อแดงที่จะนั่งรถไฟฟ้ามาสมทบที่จุดดังกล่าวก็ไม่สามารถ ออกจากสถานีได้ ขณะที่ประชาชนทั่วไปก็สามารถออกได้เช่นกันทำให้มีอาการหงุดหงดไปตาม ๆ กันเนื่องจากผู้ให้บรการรถไฟฟ้าใต้ดินไม่ประกาศล่วงหน้า ซึ่งคนเสื้อแดงได้มาต่อว่าเจ้าหน้าที่รักษารักษาความปลอดภัย ว่าปิดบริการทำให้ประชาชนเดือดร้อน เพื่อให้คนเสื้อแดงเป็นแพะรับบาป
วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553
เส้นทางพลเสื้อแดงเคลื่อนพรุ่งนี้รอบกรุงเทพฯ

นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยคนเสื้อแดง เปิดเผยถึงเส้นทางการเคลื่อนพลคนเสื้อแดงทั่วกรุงเทพหมานครวันที่ 20 มีนาคมว่าการเคลื่อนพลครั้งนี้จะเป็นการเคลื่อนพลไปพร้อมกันทั้งหมด โดยจะไม่มีการดาวกระจาย
ขบวนตั้งแต่ 10.00 น. โดยหัวขบวนจะอยู่ที่แยกยมราช มีกองทัพมอเตอร์ไซด์ 2,000 คันนำขบวนพร้อมกับทีมนักรบพระองค์ดำ จาก จ.พิษณุโลก จากนั้นถึงจะเป็นขบวนคนเสื้อแดงทั้งหมด
ขบวนจะเคลื่อนไปตามถนนเพชรบุรี ถึงแยกอโศกจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกผ่านแยกฟอร์จูน ไปตามถนนรัชดาฯ จนถึงแยกรัชดา-ลาดพร้าวจะเลี้ยวขวา เข้าถนนลาดพร้าว ตรงไปถึงบางกะปิ ถึงแยกบางกะปิ จะเลี้ยวขวา ไปถึงแยกลำสาลี แล้วจะเลี้ยวขวาอีกครั้ง เข้าถนนรามคำแหง ตรงไปตามถนนรามคำแหง จนถึงแยกพระราม 9 ตรงไปแยกคลองตัน แล้วตรงไปแยกพระขโนง เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 4 จากนั้นตรงไปจนถึงสีลมแล้วเข้าวงเวียนโอเดียน เยาวราช มาพาหุรัดแล้วกลับเข้าเวทีปราศรัยที่เชิงสะพานผ่าฟ้า ถนนราชดำเนิน ในเวลา 18.00 น.
วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553
"ชวลิต"แนะนายกฯเลือกเจรจา ให้ใจ-ให้เกียรติ นปช.

โรงพยาบาลพระมงกุฎ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทางออกของสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า ตนเคยเสนอไปแล้ว แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในความรับผิดชอบของผู้นำประเทศ
"ผมคิดว่าผู้นำประเทศต้องให้ใจ ให้เกียรติกับประชาชนคนเสื้อแดงที่มาชุนนุมเพราะถือเป็นคนไทย ที่นายกฯต้องดูแลเหมือนกัน หากให้ใจเขา ผมก็เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาในขณะนี้ได้ ส่วนคนกลางผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องมี นายกฯเป็นผู้นำต้องทำทุกอย่างจึงจะมีความหมาย" พล.อ.ชวลิต กล่าว
ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกดีใจกับสิ่งที่ตนเองได้พูดไป เพราะมีแนวโน้มที่ทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนายกรัฐมนตรีจะเดินมาตามแนวทางนี้ คือ ต้องมีการเจรจา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ถ้าทุ่มเทเข้าใจ และอโหสิกรรมในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกันก็น่าจะดี อย่ามองว่าคนที่มีความเห็นไม่ตรงกับเราแล้ว เขาคิดผิด ทั้งนี้ยังหวังว่าทุกอย่างจะสงบเรียบร้อยในเร็วๆ นี้ ส่วนแนวทางการเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ชวลิต ได้เข้ารับการผ่าตัดตา ที่รพ.พระมงกฏ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
นายกฯยันเสื้อแดงใช้ถ้อยคำหยาบยั่วยุให้เกิดความรุนแรง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เเละนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ ร่วมกันเเถลงข่าวหลังการหารือ 2 ชั่วโมงโดยมีข้อสรุปว่า หลังจากที่คณะกรรมการสิทธิฯได้รับฟังความเห็นของเเกนนำผู้ชุมนุมคนเสื้อเเดง ที่เสนอว่าอยากเจรจากับรัฐบาล โดยคณะกรรมการสิทธิฯได้นำข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมมาเสนอกับรัฐบาลเเล้ว รัฐบาลพร้อมที่จะเจรจาในเงื่อนไขการอยู่ภายใต้กติกา ชุมนุมโดยสงบ
นางอมรา แถลงว่า กรรมการสิทธิขอแสดงความชื่นชมรัฐบาลที่อดทนในการดูแลสถานการณ์บ้าน เมือง เคารพเสรีภาพในการชุมนุมที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการชุมนุมของผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล แต่รัฐบาลใช้ความพยายามดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมมาโดยตลอดและประสานกับ ผู้ชุมนุมเป็นระยะ แต่ผู้ชุมนุมยังกังวลและฝากกรรมการมาคุยกับรัฐบาลว่าอยากมีพื้นที่ในการคุย กันด้วย จึงถือโอกาสมาคุยกับนายกฯและคณะรัฐบาลใช้ความอดทนในการดูแล สถานการณ์และกังวลว่ากลุ่มผุ้ชุมนุมมีหลายกลุ่มและวิธีการนำของผู้ชุมนุมมี หลายรูปแบบไม่มีเอกภาพทำให้การดูแลผู้ชุมนุมนั้นยากลำบากสักหน่อยในด้านความ ปลอดภัยและความสงบ กรรมการได้นำข้อเสนอเชิงข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมหลักคือจะชุมนุม โดยสงบ รัฐบาลจะดูแลด้วยความสงบเรียบร้อย และมีข้อตกลงร่วมกันคือการไม่ปิดล้อมสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและรัชทายาท รวมทั้งสถานที่ราชการ โรงพยาบาล สนามบิน สถานทูตหรือยูเอ็น แต่รัฐบาลขอเพิ่มว่าน่าจะมีการตกลงว่าต้องไม่มีการปิดล้อมบ้านพักของนายกฯ และของพรรคประชาธิปัตย์และใครก็ตามเพราะการปิดล้อมบ้านพักของบุคคลย่อม ละเมิดสิทธิ
นางอมรา แถลงว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ใช้พ.ร.ก.บริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือหากจะใช้ ต้องในกรณีที่จำเป็นจริงๆและจะไม่กระทบหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของ ประชาชน ดำเนินการตามหลักสากลและคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ตรงนี้เป็นข้อสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้ รัฐบาลพร้อมเปิดให้มีการเจรจาหากการ เจรจานั้นจะนำไปสู่ข้อยุติทางการเมืองและความสงบโดยต้องมีการเคารพกติกาด้วย กันทุกฝ่าย คณะกรรมการสิทธิฯและรัฐบาลเห็นพ้องกันว่าการพูดยั่วยุให้เกิดความรุนแรง การข่มขู่คุกคามส่งเสริมให้ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงถือเป็นการละเมิดสิทธิ ขั้นพื้นฐานด้วย สุดท้ายในนามคณะกรรมการสิทธิฯจะพยายามทำหน้าที่ในการเป็นตัวเชื่อมกับรัฐบาล และผู้ชุมนุมและฝ่ายต่างๆในสังคม หวังว่ากระบวยการทำงานเหล่านี้จะนำไปสู่สันติภาพในสังคมโดยเร็ว
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณคณะกรรมการสิทธิฯที่ถือเป็นเรื่องสำคัญในสถานการณ์ตอนนี้ ที่จะมีบทบาทในการช่วยดูแลสิทธิพื้นฐานและความปลอดภัยของทุกคนซึ่งหมายถึง การช่วยกันดูแลให้บ้านเมืองของเรามีความสงบเรียบร้อยท่ามการความคิดเห็นที่ แตกต่างและความเคลื่อนไหวทางการเมิองซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนค่อนข้างมาก ตนคงไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำในสิ่งที่นางอมรากล่าวมาแล้วเพราะเป็นจุดยืนของ รัฐบาลมาโดยตลอดว่ารัฐบาลมองว่าหน้าที่คืออำนวยความสะดวกและดูแลความสงบ เรียบร้อยในสถานการณ์การชุมนุมและพร้อมตลอดเวลาที่จะเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่าจะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่ เข้าใจหรือความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรงแ ละเป็นแนวทางที่ยืนยันจะปฏิบัติต่อไปรวมทั้งขั้นตอนการตัดสินใจการใช้กฎหมาย พิเศษและขั้นตอนการใช้และคงไม่ต้องพูดซ้ำในเรื่องเหล่านี้แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากเรียนคือขอบคุณคณะกรรมการสิทธิฯที่ได้ลองทำกติกาในการชุมนุมและ ในการบริหารสถานการณ์ท่ามกลางการชุมนุมของฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาลซึ่งยืนยัน หลักการพื้นฐานว่าการชุมรนมุโดยสงบสันตินั้นต้องดำเนินการอย่างไร ขอเรียนว่าในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแต่มี หลายจุดที่เป็นความห่วงใยของรัฐบาลคือ 1. การเคลื่อนไหวในบางลักษณะเช่น ปัญหาการเจาะเลือด การเทเลือด การขว้างปา หากจะพูดอย่างเคร่งครัดถือว่าไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดเ เต่รัฐบาลจะดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะที่ไม่เพิ่มความตึงเครียด แต่จะรักษามหลักเอาไว้ จะเห็นว่าได้พยายามทุกวิถีทางในการแสดงออกถึงความหยืดหยุ่นและความอดทนอด กลั้น แต่จะละเลยเสียทั้งหมดคงไม่ได้ เช่น การขว้างปา คงต้องดำเนินการตามปกติของกฎหมาย เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 2 .การปิดล้อมสถานที่ต่างๆในส่วนของการปิดล้อมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ รัฐบาลและราชการโดยรวมนั้นที่จริงแล้วมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางอยู่แล้ว อยากย้ำอีกครั้งว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐ ธรรมนูญตามคำวิสนิจฉัยของศาลแต่ประเด็นเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นและบังเอิญเกิด ขึ้นกับตนบ้านพักอาศัยส่วนตัวนั้นขอเรียนว่าตนใช้สิทธิ์ในฐานะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิฯด้วย แต่สิ่งสำคัญคือสถานที่ของส่วนบุคคลหรือเอกชนทั้งหมดต้องได้รับการคุ้มครอง สิทธิเช่นเดียวกัน จึงร้องขอคณะกรรมการสิทธิฯได้ช่วยพิจารณาประเด็นนี้ด้วยเพราะว่าหลายคนได้ ถ่ายทอดความรู้สึกมาที่ตน แต่ว่าคงไม่มีใครรู้สึกเท่ากับคนที่อาศัยในบ้านหรือเป็นเจ้าของบ้านซึ่งตน เข้าใจดีเพราะมีทั้งคนที่โกรธเคืองและแสดงความเห็นใจเข้ามา แต่ตนไม่เอาเรื่องความรู้สึกมาเป็นหลักแต่อยากจะให้เราเคารพสิทธิของกันและ กันมากกว่าตนคิดว่าหากลองพิจารณาย้อนกลับไปว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ ใครจะรู้สึกอย่างไรและการแสดงออกกับบุลคลอื่นในลักษณะเช่นนี้คงเป็นเรื่อง ยากที่จะตอบว่าเป็นเรื่องของสันติหรือเคลื่อนไหวตามสิทธิโดยปกติ จึงขอบคุณที่คณะกรรมการสิทธิฯเข้าใจเรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 3 .การชุมนุมนั้นทราบดีว่า การปลุกเร้าอารมณ์เพื่อดึงผู้ชุมนุมให้อยู่ในการมีอารมณ์ร่วมและสนใจที่จะ ต่อสู้เพื่อเป้าหมายร่วมกันมันเป็นธรรมชาติและแม้ตนไม่สนับสนุน แต่สมมติจะด่าทอด้วยคำถูกหยาบคายตนพอเข้าใจได้ และมีความยืดหยุ่นในการรับสิ่งเหล่านี้พอสมควร แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคำหยาบคายคือถ้อยคำที่ไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากการข่มขู่คุกคามหรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง แม้จะใช้คำสุภาพแต่คงจะไม่เหมาะสมและไม่เอื้อต่อการทำให้การเคลื่อนไหวต่างๆ อยู่ในความสันติและสงบได้ เช่น คำพูดที่บอกว่าดีที่นายอภิสิทธิ์ไม่อยู่ในบ้าน ถ้าอยู่ในบ้านจะเอาเลือดจากศรีษะนายอภิสิทธิ์มาล้างเท้า ไม่ต้องเป็นตนหรอกจะเป็นชื่อใครก็ตามไม่อาจตีความได้ว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ ตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ตนคิดว่า ในส่วนของผู้เสียหายคงต้องใช้สิทธิตามกฎหมายกันไปแต่เป็นส่วนสำคัญของกติกา ในการที่จะให้การชุมนุมอยู่ในกรอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากว่าทุกฝ่ายเคารพและชุมนุมในกรอบโดยที่มีแกนนำกลุ่มหนึ่งคือนาย วีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ได้ยื่นข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิฯนำมาถ่ายในวันนี้เกี่ยวกับการเจรจา ที่ไม่ใช่ลักษณะการประสานงานตามที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯทำอยู่ ตนตอบไปว่าหากการเคลื่อนไหวชุมนุมอยู่ในกติกาที่พูดมาทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่ ขัดข้องที่จะมีการพูดคุยเพราะประเด็นทางการเมืองและจะหาคำตอบทางการเมือง รัฐบาลยอมรับกระบวนการการมีส่วนร่วมและรับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว จึงได้แจ้งกับคณะกรรมการสิทธิฯไปแล้วว่า สามารถนำคำตอบนี้พูดคุยกับผู้ชุมนุมได้แต่ในชั้นนี้ อย่าคาดคั้นรูปแบบของการพูดคุยนั้นต้องเป็นใคร โดยใคร อย่างไร เพื่อประโยชน์ในการที่จะทำให้กระบวนการเกิดขึ้นได้ หากเราคาดคั้นรายละเอียดมากเกินไปในตอนนี้มันจะเป็นปัญหาสำหรับคนทำงาน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ามีความจริงใจในการแลกเปลี่ยนพูดคุยด้วยเหตุผล และบนเงื่อนไขการชุมนุมภายใต้กติกา หากเป็นการชุมนุมนอกกติกา ไม่อาจเข้าสู่กระบวนการพูดคุยได้ เพราะตนไม่อาจทำให้สังคมต้องอยู่ภายใต้หรือเดินตามการข่มขู่คุกคาม แต่สังคมเห็นการมาของประชาชนจำนวนมากที่อยู่บนแนวสันติ รัฐบาลมีหน้าที่น่าที่รับฟังเพราะตนเคยพูดเรื่องนี้สมัยที่เป็นฝ่ายค้าน วันนี้มาเป็นรัฐบาลก็ยืนยันแนวคิดเดิมและพร้อมปฏิบัติ จึงเรียนให้คณะกรรมการสิทธิทราบฯและคากว่ากรรมการสิทธิฯจะสื่อสารเรื่องนี้ ไปยังผู้ชุมนุมต่อไป
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
เสื้อแดงประกาศขับเคลื่อนชุมนุมพร้อมระดมพลและม็อบยืดเยื้อ

สะพานผ่านฟ้าลีลาศ -เมื่อเวลา 10.00น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แถลงข่าวถึงท่าทีการเคลื่อนไหวของนปช.ว่า วันนี้แกนนำมวลชนสมัชชานปช.แต่ละภาคได้มีการหารือถึงแนวทางการเคลื่อนไหวที่ จะล้มรัฐบาล และจะมีการแจ้วท่าทีและการเคลื่อนไหวในช่วงเย็นต่อไป โดยเป็นการพูดคุยเพื่อหายุทธศาสตร์ในการชุมนุม เพื่อให้เกิดความพร้อมตลอดเวลา เพราะเข้าใจว่ามวลชนบางส่วนมีภาระหน้าที่ทำให้มีความจำเป็นต้องมีการหารือ กับสมัชชาแต่ละภาคเพื่อให้มีการสลับสับเปลี่ยนกำลังกัน อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนของคนเสื้อแดงต่อจากนี้จะมี 2 แนวทาง คือ 1.ถ้าจังหวะเวลามาถึงที่จะต้องมีการระดมพลใหญ่ก็จะต้องพร้อมระดมชุมนุมปิด เกมในทันที 2.หากชุมนุมยืดเยื้อก็ต้องพร้อมรับมือ
"วันนี้คนเสื้อแดงมีหน่วยเฝ้าระวังอยู่ที่รัฐสภาถ้ามีข่าวว่านาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร คนเสื้อแดงจะชุมนุมล้อมรัฐสภาทันทีเพื่อแสดงข้อเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาต่อ หน้านายกฯ เช่นเดียวกับหากเข้าทำเนียบรัฐบาล แต่จะไม่บุกเข้าไป ถ้าเรารู้ว่านายอภิสิทธิ์อยู่ไหนวันนี้เราก็จะตามไปทุกที่ นอกจากนี้ การปราศรัยวันนี้จะมีการเปิดเวทีให้ส.ส.ของพรรเพื่อไทย ที่ข้อมูลการทุจริตหรือการบริหารที่ฉ้อฉลงบประมาณแผ่นดินมาให้ประชาชนได้รับ ฟังในเวลา 17.00น."นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบที่ออกมาพูดกรณีที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาดักฟังโทรศัพท์ของพ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในข้อเท็จจริงก็ระบุชัดแล้วว่าสหรัฐฯไม่รู้เรื่องรวมทั้งล่าสุดยังออกมา เปิดเผยว่ามี5-6กลุ่มจะออกมาลอบสังหารนายกฯ ตนอยากถามว่านายสุเทพพูดโดยมีข้อมูลจริงหรือไม่มีหลักฐานอะไรและถ้า เหตุการณ์เป็นเช่นนี้จริงนายอภิสิทธิ์ก็ไม่ควรดำรงตำแหน่งแล้วเพราะขนาดมหา โจรยังไม่เคยถูกลอบสังหาร5-6กลุ่มภายในเวลาเดียวะอย่าพยายามปั้นเรื่องโกหก ไปวันๆเพื่อบ่อนทำลายคนเสื้อแดง
ส่วนการเคลื่อนขบวนในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ในกรุงเทพมหานครนั้น ยืนยันว่าจะเคลื่อนขบวนโดยสันติ และเป็นการเคลื่อนขบวนใหญ่แบบดาวฤกษ์ เพื่อไปประชาสัมพันธ์ให้คนกรุงเทพฯ เข้าใจเจตนารมณ์ของคนเสื้อแดง และเพื่อชักชวนให้ล้มระบอบอำมาตย์
ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปข.กล่าวในกรณีเดียวกันว่าเมื่อนายสุเทพถูกจับได้ไล่ทันก็พยายามมา เปิดประเด็นใหม่ ล่าสุดก็มีการเปิดประเด็นเรื่องท่อน้ำเลี้ยงของคนเสื้อแดงที่มีอักษรย่อ "ป.ส.พ." ยืนยันคนเสื้อแดงไม่มีท่อน้ำเลี้ยง ส่วนที่มีการปล่อยข่าวว่าเเลือดคนเสื้อแดงเป็นเลือดวัวเลือดควาย ถือว่าเป็นการดูถูกหัวใจประชาชน ดูถูกความเป็นมนุษย์ของพวกเรา
อย่างไรก็ตาม อยากท้านายสุเทพว่าหากที่พูดมาเป็นความจริง ก็ให้แสดงหลักฐานมา และตนพร้อมท้าจะเอาชีวิตเป็นเดิมพัน และจะเอาปืนมาจ่อหัวยิงตัวตาย อย่างไรก็ตาม ยืนยันการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นไปปกติเห็นได้ว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลัก ทรัพย์มีแต่ขึ้นไม่มีตก
เมื่อถามว่า เร็วๆนี้จะมีการจัดงานกาชาดจะมีการขยับพื้นที่การชุมนุม เพื่อให้มีการจัดงานอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า เรื่องต้องมีการประเมินอีกที เพราะทุกอย่างมีการวางแผนเอาไว้แล้วถ้ามีการปรับพื้นทีมากก็จะกระทบการ ชุมนุม ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการหารือกับกองบังคับการตำรวจนครบาลต่อไป
เมื่อถามว่า จะมีการกำหนดให้พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ชุมนุมหรืไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คนเสื้อแดงเดินคนละทางกับเสธ.แดงและนายสุรชัย แซ่ด่าน แต่หากเสธ.แดงจะเข้ามาพื้นที่การชุมนุม โดยอ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณให้เข้ามาดูแลคนเสื้อแดง ก็ไม่ได้ห้ามถ้าเข้ามาโดยบริสุทธิ์ใจไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้ามาเพื่อสร้างความวุ่นวาย ก็ต้องมีการพูดคุยอีกทีว่าจะทำอย่างไร แต่การอ้างเรื่องมาปกป้องคนเสื้อแดงก็ไม่น่าจะมีอะไร เพราะพวกเราก็มีการ์ดคนเสื้อแดงที่ทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว เมื่อเดินด้วยกันไม่ได้ก็ไม่ต้องเดินด้วยกัน
ทักษิณอยู่ที่มอนเตเนโกร ตร.ยันไม่จับกุม

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน อ้างแถลงการณ์ยืนยันของตำรวจมอนเตเนโกรเมื่อวันพุธว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้กำลังหลบหนีคดีคอรัปชั่น ได้เดินทางจากดูไบด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปถึงเมืองชายฝั่งทิวัดเมื่อ 13 มีนาคม และว่าเขาเป็นพลเมืองมอนเตรเนโกร ตำรวจไม่มีเหตุผลใดที่จะดำเนินมาตรการใดๆทางกฏหมายกับเขา
ขณะที่เอพีรายงานว่ามีข่าวว่าเขากำลังเจรจาจะซื้อเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งใน ทะเลอเดรียติค นอกชายฝั่งมอนเตเนโกรด้วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า จนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่มอนเตเนโกรไม่เคยออกมาชี้แจงว่าอดีตผู้นำไทย ได้สัญชาติของประเทศนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตสาธารณรัฐของอดีตสหภาพโซเวียตได้อย่างไร และว่าก่อนหน้านี้สื่อท้องถิ่นพากันรายงานว่าพบเห็นเขาที่เมืองบุดวา เมืองโบราณแถบชายฝั่งทะเลเมื่อวันอาทิตย์
ทางด้านนายมิลาน โรเซน รัฐมนตรีต่างประเทศมอนเตเนโกรบอกผู้สื่อข่าวว่า ทางการไทยได้แจ้งเตือนกระทรวงของเขาว่า ทักษิณอาจใช้อิทธิพลสร้างความตึงเครียดในไทยจากประเทศที่สาม ซึ่งเขาจะตอบว่า ไม่เพียงสำหรับกรณีของทักษิณ หากใครก็ตาม พยายามใช้มอนเตเนโกรทำสิ่งใดที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศอื่น เจ้าหน้าที่มอนเตรเนโกจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"ทักษิณ "ยุม็อบเสื้อแดงไปเยี่ยมสื่อ-ให้อดทนสู้ต่ออีก7วัน

เมื่อเวลา 20.50 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงก์เข้ามาที่เวทีกลุ่มคนเสื้อแดงสะพานผ่านฟ้าลีลาส กล่าวว่าสถานที่ตนพักอยู่ขณะนี้ (มอนเตเนโกร) มีบรรยากาศและสถานที่สวยงาม เลยอยากชวนพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาพักที่นี่ จะได้หายเครียด ยืนยันไม่ได้ถูกไล่จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี และในวันที่ 18 มีนาคมจะเดินทางกลับไปนครดูไบ ส่วนการชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้จะอยู่กันยาวจนกว่าอภิสิทธิ์จะหน้าบาง
พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวเชิญชวนคนที่มาชุมนุมว่า ไม่ต้องใส่เสื้อแดงก็ได้ และถ้าเราสู้กันอย่างนี้แล้วอภิสิทธิ์ยังอยู่อย่างนี้ ก็จะทำเป็น"ถนนคนเดิน" พี่น้องคนกทม.เลิกงานจะได้มาคุยกับคนต่างจังหวัด ถามทำไมถึงมาชุมนุม ที่ผ่านมารัฐบาลปล่อยข่าวเยอะว่าจ้างม็อบมาหัวละ 2 พัน สงสัยมีแต่ควายที่ทำแบบนี้
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า อยากขอบคุณนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ตั้งชื่อรายการ"ความจริงวันนี้" ทำให้รู้ว่าคนเสื้อแดงมีอาวุธอยู่อย่างเดียวคือความจริง ที่จะนำมาสู้ วันนี้เราจะลับอาวุธเสื้อแดง ซึ่งก็คือความจริง ให้แหลมคมขึ้นทุกวัน วันนี้คนเริ่มเข้าใจเรามากขึ้นเพราะความจริงที่เราเสนอ
"บรรดาฟรีทีวียังมีเวลาคิดว่าจะเป็นกลางหรือจะกลัว ถ้ากลัวเราจะไปเยี่ยมท่าน และอยากถามว่าเวลานี้อำมาตย์ยังมีความสุขดีไหมมีแต่คนเกลียด ไปไหนสบายเหมือนเดิมไหมที่ต้องนั่งแต่รถกันกระสุน ไปนั่งค้ำยันรัฐบาลแล้วปล่อยให้โกง มีความสุขดีไหม นอกจากความสะใจที่เอาผมออกจากตำแหน่งได้"
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่าอยากถามอภิสิทธิ์ว่าเก้าอี้นายกฯ ที่ใฝ่ฝันมานานนั้น วันนี้เป็นอย่างไร เป็นรัฐบาลก็อำมาตย์ช่วยปล้นมาให้ มีไม้ค้ำอำมาตย์ แต่ตนไม่เชื่อว่าจะมีความสุข ไปไหนก็เจอตีนตบ ไปไหนก็กลัวโดนปาปลาร้า อยู่บ้านก็ขึ้นรั้วเป็นกรงนกเพราะกลัวโดนปาอึ ที่สร้างข่าวเท็จว่ามีการจ้างปาอึ 3 ล้าน คงรู้แล้วเพราะมีแต่ควายเท่านั้นที่จ้างปา ตราบใดที่คุณเป็นพวกอำมาตย์ไม่มีใครลอบฆ่าคุณหรอก อย่างมากเราก็ปาอึ ปาปลาร้าเท่านั้น มีแต่สายอำมาตย์เท่านั้นที่จะสั่งฆ่า อยากบอกกับอภิสิทธิ์ว่าอย่าอยู่เลย อายุยังน้อย ออกไปแบบเท่ๆ ดีกว่า ยังมีโอกาสได้กลับมาใหม่
พ.ต.ท.ทักษิณยังกตำหนินายสุเทพสร้างเรื่องว่าหน่วยข่าวกรองสหรัฐดัก โทรศัพท์ฟังตน บอกจะบึ้ม กทม. แต่ทางสถานทูตยืนยันว่าไม่เกี่ยว และให้นายสุเทพชี้แจงเอง เรื่องโกหกแบบนี้เป็นวัฒนธรรมของพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว สร้างแต่เรื่องวุ่นวายพราะถนัดแต่เป็นฝ่ายค้าน
ปลุกใจให้อดทนสู้ต่ออีก 7วันชนะแน่
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คนอย่างตนไม่ต้องมาสับโขก เพราะสันดานเป็นคนสู้ อยากบอกกับอำมาตย์ว่าเลิกค้ำรัฐบาลที่เป็นเหมือนต้นไม้ผุๆ เดี๋ยวไม้ค้ำจะร้าวเปล่าๆ อย่าแทรกแซงระบบ ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครรวมทั้งตัวอำมาตย์ด้วย มาช่วยกันทำบ้านเมืองให้ชื่นมื่นจะดีกว่า สำหรับพี่น้องนั้นขอให้อดทนอีกไม่เกินสัปดาห์ เราจะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง เราอดทนมานานแล้ว อดทนอีก 7 วันเพื่ออนาคตลูกหลาน บอกอำมาตย์ว่าอย่าระแวงเรา
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553
"แดงสยาม"อัด 3เกลอเอาเลือดคนเสื้อแดงล้างตีน"อภิสิทธิ์"

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์(แซ่ด่าน) แกนนำกลุ่มแดงสยาม กล่าวว่าขณะนี้ยังคงเป็นห่วงการนำของ นปช. จะเห็นว่ากำลังหลงทางไปไกลตามการนำของ 3 เกลอ ทั้งนี้มีความสามารถระดมคนเข้ามาร่วม และยังได้รับการสนับสนุนในภาพกว้างทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ที่สำคัญคือทั้ง 3 ขาดความรู้ความเข้าใจในการนำมวลชน ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่มียุทธศาสตร์ในการสู้ และในที่สุดทั้ง 3 คนจะกลายเป็นจำเลยของเสื้อแดง
นายสุรชัย กล่าวถึงการนำต้องมีทฤษฎี ต้องมียุทธศาสตร์ในการสู้ อย่ามองคนอื่นเป็นศัตรู อย่ามองคนคิดต่างเป็นศัตรู
"การเจาะเลือดของเสื้อแดงมันผิดหลักการต่อสู้ มันต้องเอาเลือดของศัตรูมา ไม่ใช่เอาเลือดของตัวเอง กลับไปถามหมอเหวงว่า เหตุการณ์เดือนตุลานั้นประชาชนนักศึกษาเสียเลือดเสียเนื้อล้มตายไปเท่าไหร่ รัฐบาลก็ไม่ฉลาด แกนนำก็ไม่รู้ การเอาเลือดของคนเสื้อแดงไปเทราดแล้วให้นายกฯ เดินผ่าน เหมือนกับเอาเลือดไปล้างตีนนายกฯ มีแต่จะทำให้เสื้อแดงตกเป็นรองตลอดไป" นายสุรชัย กล่าว
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
'จตุพร'ยื่นหนังสือถามสถานทูตสหรัฐฯข่าววินาศกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.15 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมด้วยนักวิชาการและหัวหน้าการ์ด นปช.รวม 4 คน เข้ายื่นหนังสือต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ถนนวิทยุ เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการข่าวที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง อ้างว่าได้รับข่าวระบุจะเกิดวินาศกรรมหลายแห่งในกทม. โดยมีหน่วยรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแถวอยู่ด้านหน้าสถานทูต จำนวนกว่า 100 นาย
ส่วนสภาพการจราจรถนนวิทยุ จำนวนกลุ่มเสื้อแดงมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ต้องปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่งไปโดยปริยาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายจตุพรและคณะเข้ายื่นหนังสือที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประมาณ 20 นาที นายจตุพรก็ได้ออกมาและขึ้นรถปราศรัยเคลื่อนที่เพื่อกล่าวกับคนเสื้อแดงที่รอ อยู่ด้านนอกว่า ตนพร้อมนักวิชาการได้พบกับเจ้าหน้าที่สถานทูตฝ่ายการเมืองเพื่อขอคำชี้แจง เกี่ยวกับกรณีที่นายสุเทพ ระบุว่าทางการสหรัฐได้ดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และทราบว่ามีการวางแผนก่อวินาศกรรมซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตบอกว่า เรื่องนี้ทางการสหรัฐไม่มีหน้าที่ที่จะต้องชี้แจง เพราะเป็นเรื่องที่นายสุเทพจะต้องเป็นผู้ตอบ
ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่านายสุเทพ เป็นผู้กุข่าวขึ้นมาเองเหมือนเรื่องการขนเงินหรือการส่งท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งหลังจากนายจตุพร กล่าวกับคนเสื้อแดงเสร็จ กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้ทยอยเดินทางกลับไปที่ผ่านฟ้า
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ล้างอาถรรพ์เลือดไพร่ ปชป.ระดมรมต.-ส.ส.ขอขมาพระแม่ธรณี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ภายหลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดง ได้บุกเทเลือดที่หน้าที่ทำการพรรค เมื่อเย็นวันที่ 16 มี.ค.ที่ ผ่านมา ปรากฎว่าได้มีแกนนำพรรค รัฐมนตรี และส.ส. ได้ทยอยเข้าสักการะเพื่อประธาน อภัยพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคประชาธิปัต ย์ โดยเมื่อเวลา 11.10 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีมรัฐมนตรี และส.ส.กว่า 40 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่พรรคเข้าสักการะพระแม่ธรณี ซึ่งนายสุเทพกล่าวว่า สมาชิกพรรคได้รวมตัวกันมาสักการะพระแม่ธรณี แต่คงจะไม่มีการทำพิธีการแก้เคล็ดอะไร โดยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายประกอบ จีรกิตติ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ได้ไปนำน้ำมนต์จากวัดพระแก้ว มาปะพรมองค์พระแม่ธรณีและโปรยข้าวตอกดอกไม้ เพื่อเป็นการขอขมา ซึ่งทันทีที่ทำพิธีเสร็จฝนที่ตั้งเค้าอยู่แล้ว ก็ได้เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ส.ส.ปชป.ปูด เสื้อแดงท่าอิฐเร่ซื้อเลือดวัวควาย30ลิตร

นายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านในย่านตลาดท่าอิฐ เมื่อคืนวาน(16 มี.ค.) ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนเสื้อแดงนนทบุรี จำนวน 3 คน ชื่อนายมัดหมี นายยาหงอก และอีกคนน้องชายของคนชื่อบังยาวในพื้นที่ดังกล่าว ไปขอซื้อเลือดวัว เลือดควาย จากโรงเชือดวัวและควายในชุมชนพี่น้องมุสลิมย่านท่าอิฐจำนวนมากผิดปกติ
"ขอซื้อไปทั้งหมดกว่า 30 ลิตรโดยใช้บรรจุในถังแกลลอนขนาดถังละ 5 ลิตร จำนวน 6 แกลลอน คาดว่าจะนำไปผสมน้ำและสารบางตัวที่ทำให้เลือดไม่จับตัวแข็งเป็นก้อน เพื่อนำไปใช้อ้างว่าเป็นเลือดคนเพื่อใช้เทที่หน้าบ้านของนายกรัฐมนตรีใช่ หรือไม่ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตกันมากว่าในเรื่องดังกล่าว" นายทศพล กล่าว
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ม็อบเสื้อแดงเทเลือดหน้าบ้านนายกฯ-ปาถุงเลือดแดงเต็มหลังคา

นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อาศัยช่วงชุลมุนแหวกแนวกั้นเล็ดรอดเข้ามาถึงหน้ารั้วประตูบ้านนายกฯ และพยายามรื้อลวดหนามที่กั้นหน้าบ้าน ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนได้พากันแบกถังแกลลอนที่บรรจุเลือด มารอแกนนำบริเวณหน้าบ้านและราดไปที่รั้วพร้อมสาดเข้าไปในบ้านแต่คนในบ้านก็ ฉีดน้ำกลับออกมา ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมได้ขว้างปาสิ่งของไปในบ้าน และถุงเลือดเข้าไปในบ้านทำให้หลังคาบ้านนายกฯเต็มไปด้วยเลือดและเศษถุง พลาสติกแม้ว่าที่บ้านจะติดตั้งตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการปาสิ่งของเข้า ไปแต่ก็ป้องกันไม่อยู่
เมื่อแกนนำเห็นภาพวุ่นวายนายณัฐวุฒิ ได้ปราศรัยขอให้หยุดขว้างปาข้าวของไปในบ้าน แต่ผู้ชุมนุมที่ยังมีอารมณ์โกรธแค้นได้เอาขวดพลาสติกไปกรอกน้ำเปล่าขว้างปา เข้าไป
จตุพรนำคนเสื้อแดงฝ่าด่านตำรวจเข้าใกล้บ้านนายกฯ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

