
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เเละนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ ร่วมกันเเถลงข่าวหลังการหารือ 2 ชั่วโมงโดยมีข้อสรุปว่า หลังจากที่คณะกรรมการสิทธิฯได้รับฟังความเห็นของเเกนนำผู้ชุมนุมคนเสื้อเเดง ที่เสนอว่าอยากเจรจากับรัฐบาล โดยคณะกรรมการสิทธิฯได้นำข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุมมาเสนอกับรัฐบาลเเล้ว รัฐบาลพร้อมที่จะเจรจาในเงื่อนไขการอยู่ภายใต้กติกา ชุมนุมโดยสงบ
นางอมรา แถลงว่า กรรมการสิทธิขอแสดงความชื่นชมรัฐบาลที่อดทนในการดูแลสถานการณ์บ้าน เมือง เคารพเสรีภาพในการชุมนุมที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการชุมนุมของผู้ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล แต่รัฐบาลใช้ความพยายามดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมมาโดยตลอดและประสานกับ ผู้ชุมนุมเป็นระยะ แต่ผู้ชุมนุมยังกังวลและฝากกรรมการมาคุยกับรัฐบาลว่าอยากมีพื้นที่ในการคุย กันด้วย จึงถือโอกาสมาคุยกับนายกฯและคณะรัฐบาลใช้ความอดทนในการดูแล สถานการณ์และกังวลว่ากลุ่มผุ้ชุมนุมมีหลายกลุ่มและวิธีการนำของผู้ชุมนุมมี หลายรูปแบบไม่มีเอกภาพทำให้การดูแลผู้ชุมนุมนั้นยากลำบากสักหน่อยในด้านความ ปลอดภัยและความสงบ กรรมการได้นำข้อเสนอเชิงข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมหลักคือจะชุมนุม โดยสงบ รัฐบาลจะดูแลด้วยความสงบเรียบร้อย และมีข้อตกลงร่วมกันคือการไม่ปิดล้อมสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและรัชทายาท รวมทั้งสถานที่ราชการ โรงพยาบาล สนามบิน สถานทูตหรือยูเอ็น แต่รัฐบาลขอเพิ่มว่าน่าจะมีการตกลงว่าต้องไม่มีการปิดล้อมบ้านพักของนายกฯ และของพรรคประชาธิปัตย์และใครก็ตามเพราะการปิดล้อมบ้านพักของบุคคลย่อม ละเมิดสิทธิ
นางอมรา แถลงว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ใช้พ.ร.ก.บริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือหากจะใช้ ต้องในกรณีที่จำเป็นจริงๆและจะไม่กระทบหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของ ประชาชน ดำเนินการตามหลักสากลและคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ตรงนี้เป็นข้อสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้ รัฐบาลพร้อมเปิดให้มีการเจรจาหากการ เจรจานั้นจะนำไปสู่ข้อยุติทางการเมืองและความสงบโดยต้องมีการเคารพกติกาด้วย กันทุกฝ่าย คณะกรรมการสิทธิฯและรัฐบาลเห็นพ้องกันว่าการพูดยั่วยุให้เกิดความรุนแรง การข่มขู่คุกคามส่งเสริมให้ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงถือเป็นการละเมิดสิทธิ ขั้นพื้นฐานด้วย สุดท้ายในนามคณะกรรมการสิทธิฯจะพยายามทำหน้าที่ในการเป็นตัวเชื่อมกับรัฐบาล และผู้ชุมนุมและฝ่ายต่างๆในสังคม หวังว่ากระบวยการทำงานเหล่านี้จะนำไปสู่สันติภาพในสังคมโดยเร็ว
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบคุณคณะกรรมการสิทธิฯที่ถือเป็นเรื่องสำคัญในสถานการณ์ตอนนี้ ที่จะมีบทบาทในการช่วยดูแลสิทธิพื้นฐานและความปลอดภัยของทุกคนซึ่งหมายถึง การช่วยกันดูแลให้บ้านเมืองของเรามีความสงบเรียบร้อยท่ามการความคิดเห็นที่ แตกต่างและความเคลื่อนไหวทางการเมิองซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนค่อนข้างมาก ตนคงไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำในสิ่งที่นางอมรากล่าวมาแล้วเพราะเป็นจุดยืนของ รัฐบาลมาโดยตลอดว่ารัฐบาลมองว่าหน้าที่คืออำนวยความสะดวกและดูแลความสงบ เรียบร้อยในสถานการณ์การชุมนุมและพร้อมตลอดเวลาที่จะเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่าจะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่ เข้าใจหรือความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรงแ ละเป็นแนวทางที่ยืนยันจะปฏิบัติต่อไปรวมทั้งขั้นตอนการตัดสินใจการใช้กฎหมาย พิเศษและขั้นตอนการใช้และคงไม่ต้องพูดซ้ำในเรื่องเหล่านี้แล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากเรียนคือขอบคุณคณะกรรมการสิทธิฯที่ได้ลองทำกติกาในการชุมนุมและ ในการบริหารสถานการณ์ท่ามกลางการชุมนุมของฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐบาลซึ่งยืนยัน หลักการพื้นฐานว่าการชุมรนมุโดยสงบสันตินั้นต้องดำเนินการอย่างไร ขอเรียนว่าในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแต่มี หลายจุดที่เป็นความห่วงใยของรัฐบาลคือ 1. การเคลื่อนไหวในบางลักษณะเช่น ปัญหาการเจาะเลือด การเทเลือด การขว้างปา หากจะพูดอย่างเคร่งครัดถือว่าไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดเ เต่รัฐบาลจะดำเนินการในการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะที่ไม่เพิ่มความตึงเครียด แต่จะรักษามหลักเอาไว้ จะเห็นว่าได้พยายามทุกวิถีทางในการแสดงออกถึงความหยืดหยุ่นและความอดทนอด กลั้น แต่จะละเลยเสียทั้งหมดคงไม่ได้ เช่น การขว้างปา คงต้องดำเนินการตามปกติของกฎหมาย เป็นต้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 2 .การปิดล้อมสถานที่ต่างๆในส่วนของการปิดล้อมขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ รัฐบาลและราชการโดยรวมนั้นที่จริงแล้วมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางอยู่แล้ว อยากย้ำอีกครั้งว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐ ธรรมนูญตามคำวิสนิจฉัยของศาลแต่ประเด็นเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นและบังเอิญเกิด ขึ้นกับตนบ้านพักอาศัยส่วนตัวนั้นขอเรียนว่าตนใช้สิทธิ์ในฐานะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิฯด้วย แต่สิ่งสำคัญคือสถานที่ของส่วนบุคคลหรือเอกชนทั้งหมดต้องได้รับการคุ้มครอง สิทธิเช่นเดียวกัน จึงร้องขอคณะกรรมการสิทธิฯได้ช่วยพิจารณาประเด็นนี้ด้วยเพราะว่าหลายคนได้ ถ่ายทอดความรู้สึกมาที่ตน แต่ว่าคงไม่มีใครรู้สึกเท่ากับคนที่อาศัยในบ้านหรือเป็นเจ้าของบ้านซึ่งตน เข้าใจดีเพราะมีทั้งคนที่โกรธเคืองและแสดงความเห็นใจเข้ามา แต่ตนไม่เอาเรื่องความรู้สึกมาเป็นหลักแต่อยากจะให้เราเคารพสิทธิของกันและ กันมากกว่าตนคิดว่าหากลองพิจารณาย้อนกลับไปว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ ใครจะรู้สึกอย่างไรและการแสดงออกกับบุลคลอื่นในลักษณะเช่นนี้คงเป็นเรื่อง ยากที่จะตอบว่าเป็นเรื่องของสันติหรือเคลื่อนไหวตามสิทธิโดยปกติ จึงขอบคุณที่คณะกรรมการสิทธิฯเข้าใจเรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 3 .การชุมนุมนั้นทราบดีว่า การปลุกเร้าอารมณ์เพื่อดึงผู้ชุมนุมให้อยู่ในการมีอารมณ์ร่วมและสนใจที่จะ ต่อสู้เพื่อเป้าหมายร่วมกันมันเป็นธรรมชาติและแม้ตนไม่สนับสนุน แต่สมมติจะด่าทอด้วยคำถูกหยาบคายตนพอเข้าใจได้ และมีความยืดหยุ่นในการรับสิ่งเหล่านี้พอสมควร แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคำหยาบคายคือถ้อยคำที่ไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากการข่มขู่คุกคามหรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง แม้จะใช้คำสุภาพแต่คงจะไม่เหมาะสมและไม่เอื้อต่อการทำให้การเคลื่อนไหวต่างๆ อยู่ในความสันติและสงบได้ เช่น คำพูดที่บอกว่าดีที่นายอภิสิทธิ์ไม่อยู่ในบ้าน ถ้าอยู่ในบ้านจะเอาเลือดจากศรีษะนายอภิสิทธิ์มาล้างเท้า ไม่ต้องเป็นตนหรอกจะเป็นชื่อใครก็ตามไม่อาจตีความได้ว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ ตรงนี้เป็นตัวอย่างที่ตนคิดว่า ในส่วนของผู้เสียหายคงต้องใช้สิทธิตามกฎหมายกันไปแต่เป็นส่วนสำคัญของกติกา ในการที่จะให้การชุมนุมอยู่ในกรอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากว่าทุกฝ่ายเคารพและชุมนุมในกรอบโดยที่มีแกนนำกลุ่มหนึ่งคือนาย วีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ได้ยื่นข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิฯนำมาถ่ายในวันนี้เกี่ยวกับการเจรจา ที่ไม่ใช่ลักษณะการประสานงานตามที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯทำอยู่ ตนตอบไปว่าหากการเคลื่อนไหวชุมนุมอยู่ในกติกาที่พูดมาทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่ ขัดข้องที่จะมีการพูดคุยเพราะประเด็นทางการเมืองและจะหาคำตอบทางการเมือง รัฐบาลยอมรับกระบวนการการมีส่วนร่วมและรับฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว จึงได้แจ้งกับคณะกรรมการสิทธิฯไปแล้วว่า สามารถนำคำตอบนี้พูดคุยกับผู้ชุมนุมได้แต่ในชั้นนี้ อย่าคาดคั้นรูปแบบของการพูดคุยนั้นต้องเป็นใคร โดยใคร อย่างไร เพื่อประโยชน์ในการที่จะทำให้กระบวนการเกิดขึ้นได้ หากเราคาดคั้นรายละเอียดมากเกินไปในตอนนี้มันจะเป็นปัญหาสำหรับคนทำงาน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ามีความจริงใจในการแลกเปลี่ยนพูดคุยด้วยเหตุผล และบนเงื่อนไขการชุมนุมภายใต้กติกา หากเป็นการชุมนุมนอกกติกา ไม่อาจเข้าสู่กระบวนการพูดคุยได้ เพราะตนไม่อาจทำให้สังคมต้องอยู่ภายใต้หรือเดินตามการข่มขู่คุกคาม แต่สังคมเห็นการมาของประชาชนจำนวนมากที่อยู่บนแนวสันติ รัฐบาลมีหน้าที่น่าที่รับฟังเพราะตนเคยพูดเรื่องนี้สมัยที่เป็นฝ่ายค้าน วันนี้มาเป็นรัฐบาลก็ยืนยันแนวคิดเดิมและพร้อมปฏิบัติ จึงเรียนให้คณะกรรมการสิทธิทราบฯและคากว่ากรรมการสิทธิฯจะสื่อสารเรื่องนี้ ไปยังผู้ชุมนุมต่อไป
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น