
นักธุรกจิสุดทนต่อยกับคนเสื้อแดงหน้าผากแตกหน้าศาลากลางปทุมฯ
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 12 มี.ค. 53 บัญชา มีเลิศ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมือง ได้รับแจ้งเหตุมีกลุ่มผู้มาชุมนุมมีปากเสียงกับผู้ใช้ถนนถึงกับลงไม้ลงมือตี กันจนหน้าผากแตก จึงไปที่เกิดเหตุ บริเวณปากทางเข้าหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากคอยดูแลรักษาความสงบอยู่นั้น ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงขับรถกระจายเสียงและมีคนขึ้นไฮปาร์คเชิญชวนชาวบ้านออก มาร่วมชุมนุม ระหว่างนั้น
ได้มีนายธานินทร์ บุญเกษม อายุ 50 ปี อาชีพรับตกแต่งภายในได้ขับรถอีซูซุ นิวเซ่ว่นสีดำ หมายเลขทะเบียน ชล 9769 กทม. ขับผ่านซึ่งระหว่างนั้นการจราจรติดขัด ทำให้นายธานินทร์ บุญเกษม เกิดมีปากเสียงกับนายสันต์ชัย เพชรประเสริฐ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 หมู่บ้านปทุมวิลเลจ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นแกนนำคนเสื้อแดงที่กำลังไฮปาร์คอยู่บนรถ ได้ลงจากรถเข้าไปต่อว่านายธานินทร์ แล้วเกิดชกต่อยกันทำให้นายสันต์ชัย ใช้โทรโข่งที่ใช้พูดโข้กเข้าใส่หน้าผากนายธานินทร์แตก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาห้ามแยกคู่กรณีออกจากกัน แล้วนำนายธานินทร์ ส่ง สภ.เมือง ทำการสอบสวนพร้อมส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ปทุมธานี และได้จับกุมตัวนายสันต์ชัย มาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ
ส่วนายธานินทร์ ได้กล่าวว่า ตนกำลังขับรถไปเก็บเงินที่อำเภอบางไทร ซึ่งได้ออกจากบ้านพักย่านจังหวัดนนทบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานีซึ่งการจราจรติดขัด อย่างมากเพราะมีคนเสื้อแดงจอดรถไฮปาร์คอยู่ริมถนน ตนเองจึงได้บอกให้ขยับรถเพราะรถติดมาก จนคนเสื้อแดงไม่พอใจตะโกนด่าตนทำให้มีการตอบโต้กันจึงเดินเข้าไปหากลุ่มคน เสื้อแดงจึงถูกทำร้ายเอา
ทางด้านนายสันต์ชัย ได้กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังปราศรัยอยู่นั้น และมีรถติดแต่ไม่มากนักและรถขยับตัวผ่านได้ตลอดเวลา แต่นายธานินทร์ ได้ตะโกนด่าพวกตนจึงได้มีการตอบโต้และถูกให้ของลับโดยชี้นิ้ว ทำให้พวกตนได้ท้าทายกันและมีการลงไม้ลงมือแล้วตนลงไปห้ามจึงถูกลูกหลงไปด้วย แต่คนเจ็บจำหน้าตนได้ว่าเป็นคนลงมือใช้โทรโข่งตีหน้าผาก ตนก็ยอมรับเพราะเกิดการชุลมุนกันจึงถูกแจ้งข้อหาดังกล่าว
ต่อมาได้มีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมาจากอำเภอลำลูกกาด้วยรถยนต์ส่วนตัว และรถโบราณรถ จยย.แปลงเป็นสามล้อปักธงวิ่งนำหน้าขบวนมาปักหลักหน้าศาลหลักเมืองปทุมธานี พร้อมกันนี้นายสมบุญ ขุนทองไทย ได้ขึ้นปราศรัยกล่าวว่าที่พวกตนมาวันนี้จะมาทำพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง เท่านั้นเมื่อเสร็จพิธีแล้วก็จะกลับที่ตั้งแล้วจะรวมตัวกันไปในกรุงเทพใน เช้าวันที่ 14 มี.ค.53 นี้.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น