
วัน เดียวกันนี้ (14 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ กล่าวผ่านรายการ “เชื่อมั่น ประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ซึ่ง ในวันนี้เป็นการจัดรายการสดภายใน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ. ถึงการชุมนุม เคลื่อนไหวทางการเมือง รัฐบาลต้องกาให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ใช้สิทธิทางการเมืองได้ ไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย ไม่ให้ชาติกระทบรุนแรง การทำงานภาครัฐประกาศใช้กฎหมายมั่นคง ในบางพื้นที่ เป็นมาตรการป้อแงกันเหตุ จัดระบบให้เราเข้าไประงับเหตุ ไม่ใช่ละเมิดสิทธิประชาชน หลังประกาศใช้ 2 วัน ที่ผ่านมาช่วงเดินทางเข้ามา ขอขอบคุณทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่ห่วงว่าการตั้งด่านจะเป็นปัญหานั้น ขอเรียนว่าบางกลุ่มอยากเห็นปัญหา รุนแรง การตั้งด่านก็เพื่อตรวจตราอาวุธ ต่างด้าวสอดแทรกเข้ามา ไม่ใช่การสกัดกั้น เห็นข่าวก็ขอบอกว่าไม่มีการบล็อก แต่เพื่ออำนวยวามสะดวก ขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ให้ความ ร่วมมือดี การปฏิบัติการพบว่าส่วนใหญ่สามารถประสานงานกับได้ ตั้งเลขาธิการนายกฯคอยประสานงานกับผู้ชุมนุมผ่านนพ.เหวง โต จิราการ ก็ประสานเรื่องการอำนวยความสะดวกทางจราจร การจัดที่จอดรถ ภาครัฐเองก็จัดรถบัสอำนวยความสะดวกให้ บางช่วงการจราจรอาจติดขัดบ้าง บางส่วนมีบ้างกระทบกระทั่งมีปาก เสียงกัน อย่างที่ จ.ปทุมธานี บางครั้งควบคุมอารมณ์ไม่ได้จะเกิดปัญหา ต้องมีสติพยายามผ่อนปรนซึ่งกันและกัน การประสานงานระหว่างรัฐบาลกับก ลุ่มผู้ชุมนุม มีการขอความร่วมมือให้การ์ดร่วมตรวจ
เมื่อ คืนนี้หลังการปราศรัยบนเวทีผู้ชุมนุมเกรงเรื่องการจัดวางกำลัง เราก็ถอยแถวทหารออกมา แม้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่จากการติดตามข่าวยังห่วง ใยบางกลุ่มที่เข้ามาชุมนุม วิตกกังวลว่า ไม่เป็นไปตามแนวทางหลัก อาจเข้าใจผิด บางกลุ่มที่มีจาก อุบล ใช้ชื่อกลุ่มชักธงรบ กลุ่มเพชรวัตร เชียงใหม่ ก็ขอความร่วมมือกับนพ.เหวง ให้ช่วยประสานงานกับภาครัฐด้วย รัฐบาลพยายามยึดแนวทางคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับสิทธิ การชุมนุม เข้าหน้าที่สามารถสลายการชุมนุม โดยต้องทำตามหลักสากล คือเริ่มจากแจ้งผู้ชุมนุมในสิ่งที่ทำไม่ถูกต้องตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก มีการพูดวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อนำไปสู่การปราบปรามประชาชน ยังคงยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ความกังวลไม่ใช่จากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ แกนนำผู้ชุมนุม การประกาศพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่อยู่ดีๆประกาศได้ ต้องมีเหตุก่อน และประกาศแล้วก็ไม่ใช่ดำเนินการอะไรได้ตามใจชอบ อย่างเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ประกาศแล้วก็ไม่ได้ทำอะไร เพียงเอากำลังมาควบคุมเหตุเท่านั้น
หลาย เรื่องที่นำไปกล่าวหา อยากให้ย้อนกลับไปดูสถานการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุช่วงเดือน เม.ย.2552 ไม่มีผู้สูญเสียชีวิตจากการกระทำของภาครัฐเลย นอกจากนี้บรรดาข่าวลือช่วง 2-3 วันมานี้มีมาก มุ่งให้รัฐกับประชาชน ทหาร ตรวจ เข้าใจผิดกัน ลือเอารถถังมาปิด สร้างสถานการณ์ตรงนั้นตรงนี้ รัฐบาลจะสื่อสารกับประชาชน ตลอดเวลา อย่างไปหลงเชื่อข่าวลือ เป็นเหยื่อ ส่วนเวปไซต์ที่จะดำเนินการกับข่าวลือได้มีการจัดตั้งแล้ว ชื่อ คาโปไทยดอทคอม ตนก็เข้ามาด้วยวิถีทางเดียวกับรัฐบาลที่ ผ่านมา ยังมีแนวทางทำงานผ่านกลไกสภา ไม่ว่า 1 คน แสนคน ตนก็รับฟัง ต้องการให้ประเทศเดินหน้า อยากเห็นประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ทุกคนร่วมมือกันได้เห็นอะไรผิดปกติ ขอให้แจ้งภาครัฐ ทำสถานการณ์ให้เย็นลง
เมื่อถามว่ารัฐบาลประเมินจำนวน ผู้ชุมนุมอย่างไร ขวดน้ำมันล้านลิตรจะออกมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประเมทินตามเป็นจริง เอาคร่าวๆตัวเลขใกล้เคียงแสนนึง จำนวนคงอยู่ประมาณนี้ไม่ได้เกินคาดหมายของฝ่ายต่างๆ ช่วงเดือนเม.ย.ปีที่แล้วก็ใกล้เคียงกัน ตนเคยพูดในสภาว่าแม้มีคนเดียวมีเหตุผลตนก็ฟัง แต่เอาไปตีความต่างๆ แต่ข้อเรียกร้องที่มีมานั้นต้องดูเหตุผล เหตุที่เกิดในประวัติศาสตร์เกิดจากเหตุเล็กๆน้อยๆ รัฐบาลก็พยายามจัดระเบียบเพื่อประโยชน์ทุกฝ่าย มีกลุ่มเล็กๆที่อยากให้วุ่นวาย ความรุนแรงที่จะเกิดจากภาครัฐก่อนไม่มี เหตุผล ดีที่สุดคือไม่ตื่นตระหนกแต่ไม่ประมาท อย่างเมื่อวานตรวจ สอบพบโรงงานผลิตเครื่องยิงเอ็ม 79 ก็ไปตรวจสอบ ตนมั่นใจแนวทางทำงานของรัฐบาลทุกเรื่องจะฟันฝ่าไปได้ เจ้าหน้าที่จำนวนมากเสียสละเต็มที่ ทำงาน 24 ชั่วโมง ประชาชนชุมชนตื่นตัวมากขึ้น ดูแลชุมชนอย่างดี มีการประสานกับภาครัฐ สถานการณ์ขณะนี้เป็นปกติขอให้ประชาชนติดตามข่าว สารที่มีเยอะ รัฐบาลจะชี้แจงตามข้อเท็จจริงอย่างจริงใจ
เมื่อ ถามว่าว่าข่าวลือมากเรื่องการปฏิวัติ โดยเฉพาะสำนักข่าวต่างประเทศ จับตามองมากว่านายกฯจะทำตามข้อเรียกร้องผู้ชุมนุม นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่า ตอนนี้ข้อเรียกร้องจากแกนนำเองยังไม่ ชัดเจน บางคนบอกให้ยุบสภา บางนบอกให้ลาออก บางคนก็บอกยุบสภาแค่หลักกิโลเม ตรแรก ยังไม่ตกผลึก ถ้าตกผลึกก็คงมาดูไม่ใช่จะบอกว่าใช่ไม่ใช่ ถ้าจริงใจในกระบวนการประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ ตนก็ต้องบอกว่าตนมีสิทธิที่จะอยู่ครบเทอมอย่างนายกฯสมัคร นายกสมชาย แต่การยุบสภา ลาออก ต้องมีเหตุผล ปัญหาเศรษฐกิจก็ถือว่าดี แต่ ห่วงว่าการเลือกตั้งถ้ายังไม่สงบ บางฝ่ายคลางแคลงใจว่ากติกาที่ใช้ เลือกตั้งดีหรือไม่ดี ไม่ยอมรับกติกา แล้มาเรียกร้องตน มายื่นคำขาดไม่ใช่ต้องตอบวันนั้นวันนี้ การอภิปรายในสภาก็จะเกิดขึ้น ตนไม่ใช่ปิดหูปิดตา ไม่ฟังอะไร แต่การปฏิวัติรัฐประหารตนไม่ยอมรับ วันที่ 19 ก.ย.49 หัวหน้าพรรคตนแรกที่ประกาศไม่ยอม รับก็คือตน แต่คนละแนวทางกับเสื้อแดงในด้านมุมมอง
การพูด ถึงรัฐประหารต้องเรียนรู้ว่าทำตอนนี้ไม่อาจเป็นคำตอบให้ใครได้เลย ฝ่ายรัฐบาลเองถ้ามีก็ไม่ได้มาบริหารต่อต้องเปลี่ยนคน ฝ่าย ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มา แล้วฝ่ายไหนได้ ต้องดูว่าใครต้องการให้นำไปสู่การ ล้มกระดาน เพื่อวังผลไปสู่เรื่องอื่น จึงไม่มีเหตุผลรัฐบาลต้องไปสนับสนุน ตนทำงานใกล้ชิด ทหาร ตำรวจ ยังไม่ได้ยินใครพูดอยากรัฐประหาร ยง ดีใจที่แม่ทัพนายกองต่างพูดว่าไม่ใช่ทำงานให้นายอภิสิทธิ์ แต่ทำงานให้บ้านเมือง เหล่าทัพแสดงออกถึงการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรัฐบาล ไทยภาย ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล ตนพูดกับฝ่ายมั่นคงมากเรื่องการ แบ่งสีในแต่ละองค์กร การฝักใฝ่การเมืองมีได้ บอกว่าห้ามคนชอบสีนั้นสีนี้ คงไม่ได้ แต่ต้องมีความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามระบบ ในใจจะชอบไม่ชอบก็ต้องสนับสนุนในการทำ งาน เพื่อรักษาระบบความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ตนพูดย้ำเสมอว่าจะไม่เอาบุคลากรด้านความมั่นคงมาใช้ประโยชน์ทาง การเมือง ให้มันปะปนสับสนกัน ถ้ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่จงใจทำร้าย ประชาชน ตำรวจ ทหารเขารู้ว่า ไม่ใช่ที่กำลังทำการถูกต้อง เขาไม่สนับสนุนหรอก เขาจะไม่ทำตามคำสั่งที่ผิดกฎหมาย เพราะ ขัดกับความสำนึก
เมื่อถามว่าดูแล้วท่าทีจากนายกฯกลุ่มนปช.ไม่อาจได้ตามข้อ เรียกร้อง นายอภิสิทธิ์กล่าวย้อนว่า เอาอย่างนี้มีนายกฯคนไหนพูดชัดเจน ว่า พร้อมจะยุบสภาลาออกหากสถานการณ์บ้านเมืองเรียบร้อย มีคนไหนบ้าง ยังไม่พูดเรื่องการเจรจา อย่างไรก็ตามหากเกิดบาดเจ็บล้มตายตนก็ต้อง เข้าไปดูแล ถามว่าตนจะเป็นนายกฯตลอดไปหรือไม่ ไม่มีใครทราบว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร ข้อคับข้องใจก็มาพูดคุยกัน บอก 2 มาตรฐานบางมุมอาจเข้าใจไม่ตรงกัน เข้าใจว่าเข้ามาในช่วงสังคมไทยขัดแย้งกันมาก ยืนยันว่าให้ความสำคัญกับเสียงทุกเสียง คนทุกคน เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงเรื่องการก่อวินาศกรรม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บอกแล้วว่าเป็นสิทธิตราบที่ปราศจากอาวุธ รัฐบาลจะดูแลเต็มที่ไม่ให้นำไปสู่การกระทำนอกกรอบ ส่วนการเตรียมอุจจาระนั้น ต้องเข้าทางผู้ชุมนุมว่าเขามีความเชื่อว่า รัฐจะใช้ความรุนแรง ตนก็พยายามทำความเข้าใจ
เมื่อถามว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะถูกหยิบยกขึ้นมาใช้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยู่ที่สถานการณ์ อยู่ที่เหตุผล ส่วนการออกหมายจับแกนนำอย่างนายอริสมันต์ ไม่ใช่เหตุที่เกี่ยวข้องวันสอง วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าการพูดจาเข้าข่ายทำให้เกิดรุนแรง ทาง ศาลก็อนุมัติหมาย และเจ้าหน้าที่ก็พยายามไม่ทำให้ปัญหามันขยาย ไม่ใช่เอาชนะคะคาน เมื่อถามถึงข้อมูลพ.ต.ท.ทักษิณ ถูกขับพ้นดูไบ นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่า เราประสานมาตลอดอย่าให้ใช้พื้นที่เคลื่อนไหว ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดว่าท่านอยู่ที่นั่นแล้วมีการเคลื่อนไหว เราก็แจ้งไป ตอนนี้เจ้าตัวก็ยืนยันแล้วว่าไม่ได้อยู่ที่นั่น ตนไม่ก้าวล่วงว่าออกมาด้วยเหตุอะไร คิดว่ามิตรประเทศคงไม่ต้องการ สร่างปัญหาอะไร เมื่อถามว่าหากจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสลายการชุมนุมจะ อาศัยเหตุอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องมีเหตุก่อน เราก็จะประสานความเข้าใจก่อน อยากให้ทุกคนเข้าใจว่านี่คือหลักที่เราจะ ทำ พยายามหลีกเบี่ยงมาตลอดไม่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีคนพูดมาตลอด เมื่อถามว่ากฎหมาย 18 ฉบับเยอะเกินไปหรือไม่ เราดูตามเหตุเพื่อให้ทุกอย่างเป็น ไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าจะปล่อยให้เกิดการยึดสนามบิน หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ต้องไม่ให้เกิดการกระทำก้าวล่วงผู้อื่น สำหรับการตอบโต้กับเวปไซต์ที่ปล่อย ข่าวลือต่างๆ เป็นการชี้แจงสร้างความเข้าใจ เมื่อถามถึงข่าวลือตัวนายกฯไม่ปลอดภัย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราอาสามาทำหน้าที่ ที่จริงเงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่ตน หรอก อยู่ที่ตำแหน่งตน บางครั้งตนก็ไม่รู้มีการปิดถนนเข้าบ้านตน ก็ขอโทษประชาชน ตนไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน แต่ตนก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ของต้องดูแล
เมื่อ ถามว่าตอนนี้นอนหลับฝันดีไหม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไนอนไม่เคยฝัน อาจจะด้วยเพราะการทำงาน สุดท้ายนี้ที่พูดว่าคนของเราต้องรัก บ้านเมือง ที่จริงต้องภูมิใจคนต่างประเทศก็รักบ้านเมืองเรามาก เราอย่าทำงายโอกาสตัวเอง เชื่อคนไทยส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดิน ไปข้างหน้า ธรรมดาคนในครอบครัวเดียวกันยังมีปากเสียง รัฐบาลนี้จะทำทุกอย่างให้บ้านเมืองนี้อยู่ด้วยความสงบสุขตลอดไป คือต้องรักษากฎกติกาไว้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น