เคาะกระแสการเมืองร้อน กับการกลับเข้าโหมดการเลือกตั้ง ได้รับการยืนยันจากบิ๊กทหาร และบิ๊กการเมืองตรงกันว่า ถึงวิกฤติการเมืองจะผันผวนอย่างไร ถึงทหารจะออกมาตบเท้าแรงแค่ไหน ก็มีการยุบสภาเลือกตั้งแน่นอน
สรุปมาแล้วไม่6ก็7พ.ค.นี้ ฟันธง
โปรมแกรมการเมืองเคลื่อนไปตามจังหวะที่กำหนดเอาไว้ ต้นก.ค.มีการเลือกตั้ง ส.ค.ได้รัฐบาลใหม่ งานนี้ที่ปล่อยผีให้มีการเลือกตั้งก็เพราะมีการโพลแลัวโพลอีกจนมั่นใจว่า ประชาธิปัตย์จะชนะเพื่อไทย ถึงจะแพ้บ้างนิดหน่อยก็ใช้สูตรเดิมประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนาและภูมิใจไทยบวกกับพรรคอะไหล่อีกพรรคสองพรรคสบายแฮ
งานนี้กองทัพไม่ต้องออกแรง
แค่ใช้ทหารออกมาช่วยกระพือถึงความไม่จงรักภักดี ตบเท้ากันเป็นระยะ เพื่อไทยก็ไปไม่เป็นแล้ว จะเป็นการปฎิวัติเงียบหรือสุดยอดของการลับลวงพรางก็อีกเรื่อง
แต่ทำเอาเพื่อไทยเขวไปเหมือนกัน
การดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นดาบสองคม ถ้าเพื่อไทยยังแก้เกมไม่ได้อาจตกอยู่ในสภาพเดิมชนะเลือกตั้งแต่ไมได้เป็นรัฐบาล ถึงขนาด ทักษิณ โฟนอินให้แยกการทำงานระหว่างคนที่ทำหน้าที่ส.ส.และที่ขึ้นเวทีเสื้อแดง เดี๋ยวจะพากันเจ๊งทั้งคณะ
มือที่มองไม่เห็นยังมีอิทธิพลสูง
ชะรอยว่า ท่าที ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หรือเสนาะ เทียนทอง หรือตัวประสานอย่าง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณจะออกไปตั้งพรรคใหม่ คงได้กลิ่นอะไรมาบ้าง
อยู่ก็ตายไปก็รอด
สู้ไปตายเอาดาบหน้า ยอมทำตามคำสั่งพิเศษ ให้ออกจากเพื่อไทยถ้าจะเล่นการเมืองต่อไปก็ไปตั้งพรรคใหม่หรือจะใช้พรรคประชาราชของป๋าเหนาะหรือจะความหวังใหม่ก็ได้ งานนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณเบรค คนที่จะเข้าร่วมกับเพื่อไทยแต่ยังไม่ตัดสินใจร้อยเปอร์เซนต์ให้หันหลังกลับ จับตาการตัดสินใจของพล.อ.ชวลิต เป็นกรณีตัวอย่าง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น