การเมืองอยู่ในระยะกวนน้ำให้ขุ่น จู่ๆพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผบ.ทบ.ก็ออกอาการเป็นฟืนเป็นไฟสั่งให้นายทหารไปแจ้งความดำเนินคดีกับจตุพร พรหมพันธ์ และแกนนำคนเสื้อแดงในข้อหา หมิ่นสถาบันเบื้องสูงและผบ.ทบ.สั่งให้ตรวจสอบวิทยุชุมชน เว็ปไซด์และสื่ออื่นๆที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดสถาบันด้วย
ทำไมไม่เป็นรัฐบาล ทำไมรัฐบาลไม่ทำหน้าที่สำคัญดังกล่าวจนผบ.ทบ.ต้องออกหน้ามาดำเนินการเอง
เป็นปริศนาการเมืองอีกเปาะหนึ่งที่จะต้องติดตามตอนต่อไป
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก พล.อ. ประยุทธ์ และเพือนนายทหารรุ่น12หารือกันถึงสถานการบ้านเมืองและความมั่นคงของประเทศที่สำคัญคือการคงอยู่ของสถาบัน มีข้อสรุปว่า การเมืองไม่อยู่ในสถานะที่จะปกป้องสถาบันได้และเสถียรภาพของบ้านเมืองตกอยู่ในความอ่อนแอและอ่อนไหว ไม่ว่าจะป็นสถานการณ์ชายแดนหรือวิกฤติการเมืองไม่น่าไว้วางใจ
มีข่าวลือถึงการปฎิวัติรัฐประหารหลายกระทอกในเวลานั้น แม่ทัพนายกองได้รับคำสั่งให้อยู่ในที่ตั้งถ้าวิกฤติการเมืองเกิดความรุนแรงขึ้นมาจะเป็นตัวเร่งในการตัดสินใจมากขึ้น แต่เผอิญว่า การเมืองเริ่มคลี่คลายลงหลังจากนายกฯอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ประกาศวันยุบสภาชัดเจนและเหตุผลสำคัญก็คือ มีการทักท้วงมาจากบ้านสี่เสา การเมืองจึงเลี้ยวเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เงื่อนไขสำคัญที่จะนำการเมืองไปสู่การเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสินก็คือ ทุกฝ่ายอย่าพยายามดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง อย่าดึงฟ้าต่ำอย่าทำหินแตกอย่าแยกแผ่นดินเด็ดขาด เป็นเงื่อนไขข้อเดี่ยวที่กองทัพยอมไม่ได้
ดังนั้นการที่พรรคการเมืองจะชวนกันทำสัตยาบันว่าจะยอมยุติวิกฤติการเมืองหลังการเลือกตั้งก็ควรทำสัตยาบันว่า จะไม่มีการดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วย ไม่เช่นนั้นประชาธิปไตยก็ติดหล่มจมปลักไปตลอดชาติ...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น