
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง แถลงว่า กรณีที่ได้เปิดเผยข้อมูล คลังอาวุธ ค่ายทหารใน จ.พัทลุง ถูกโจรกรรมอาวุธเป็นจำนวนมาก เมื่อกลางดึก 3 มี.ค. แต่คนในรัฐบาลและกองทัพตั้งใจปกปิดมาโดยตลอด พอเป็นข่าวก็ระบุว่าระเบิดที่สูญหายเพียง 20 ลูก กับกระสุนอีกไม่มากนั้น แต่จากแหล่งข่าวในกองทัพยืนยันว่าอาวุธที่หายตรงตามที่ตนระบุไป จึงไม่เข้าใจว่ารัฐบาลและกองทัพโกหกเพื่อวัตถุประสงค์ใด ท่าทีแบบนี้ยิ่งทำให้เราไม่สบายใจ รัฐบาลกุข่าวจะสร้างสถานการณ์ความรุนแรง และมีกระแสตอบรับเป็นทอดๆ เรื่องนี้อธิบายได้อย่างเดียวว่า ละครเรื่องนี้มาจากบทประพันธ์โดยคนในรัฐบาล ขอถามอย่างลูกผู้ชายว่าตั้งใจจะเอาอาวุธ มาทำลายการชุมนุมและสร้างสถานการณ์หรือไม่ ถ้าเป็นจริงถือว่าชั่วร้ายที่สุด หากอาวุธหายไปเพื่อเตรียมก่อการ 3 จังหวัดภาคใต้ ก็ยิ่งน่าอันตราย การที่ทีมโฆษกรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงโยนว่าเป็นฝีมือคนเสื้อแดงนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะที่นั่นเป็นค่ายทหารและยังอยู่ใน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งมีการลำเลียงหายไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นไปได้อย่างไร หากไม่รู้เห็นเป็นใจกัน กรณีนี้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ใบ้รับประทาน จึงขอเรียกร้องให้จเรทหาร แสดงบัญชีสรรพาวุธ ที่เก็บในคลังแสงแห่งนี้ และเปิดให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบ
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่กองทัพบก พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ เรียกประชุมนายทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยที่ประชุมให้ตั้งจุดสกัดพี่น้องจากภาคเหนือและกลาง ที่อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมทั้งตั้งเครื่องกีดขวาง อย่างเต็มกำลัง ที่ประชุมยังระบุอีกว่า ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ผ่านมาได้ หรือถ้าผ่านได้ก็ให้ช้าหน่อย เพื่อเป็นการสกัดกั้นตัดกำลังผู้จะมาร่วมชุมนุม อีกทั้งยังจะประสานไปถึงผู้ประกอบการค้าน้ำมัน ให้ลดปริมาณน้ำมันที่จะจำหน่ายต่อวัน เพื่อให้เกิดปัญหาต่อคนเสื้อแดง ข้อมูลที่ได้รับมาจากการประสานความร่วมมือกับกรมยุทธการกองทัพบก จากทหารหลายนายที่รักประชาธิปไตย และจะตั้งกองบัญชาการทหารแตงโม คือ ทหารลูกหลานชาวบ้านที่ข้างนอกเขียวข้างในแดง ซึ่งจะทำหน้าที่รับใช้และปลดแอกเรื่องชนชั้นให้ประชาชน จนกว่าได้รับชัยชนะ ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการณ์สตช. เตรียมประสานแผนกับกองทัพ ใช้กำลังตำรวจทางหลวงตัดขบวน เพื่อตัดตอนกำลังคนเสื้อแดงเพื่อง่ายต่อการสกัดคนเสื้อแดง
“วันนี้มีกระบวนการส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือไปถึงประชาชนว่า การชุมนุมคนเสื้อแดงจะเกิดความวุ่นวาย จราจรติดขัด และก่อวินาศกรรม พร้อมทั้งอ้างว่าลูกหลานที่อยู่ในวังขอให้ตุนอาหารเอาไว้ และยังบอกให้เตรียมถอนเงินจากธนาคารกรุงเทพฯมาด้วย ถือเป็นวิชามารของรัฐบาล ขอบอกประชาชนว่าไม่ต้องวิตก เราไม่ได้มาสร้างสงคราม แต่มาสร้างสันติภาพ ต้องการให้การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของชนชั้นล่าง โค่นชนชั้นสูงที่กดขี่มาโดยตลอด หากเราชนะก็จะชนะด้วยกัน”นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กรณีคตม.เตรียมเสนอครม.ให้ประกาศพ.ร.บ.มั่นคง เท่าที่ทราบไม่ใช่เป้าหมายแท้จริง เป็นเพียงไพ่ใบแรก แต่ไพ่ใบสุดท้ายคือต้องการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ตรงกับช่วงการชุมนุม เพื่อเป็นข้ออ้างคนเสื้อแดงจะปฏิเสธปฏิบัติตามพ.ร.บ.มั่นคง เมื่อถูกปฏิเสธ รัฐบาลจะใช้เป็นเหตุอ้างในการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังได้ยินข่าวว่า จะมีสถานการณ์เกิดขึ้นอีก เพื่อรองรับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลชุดนี้ที่มาจากประชาชน กลับเห็นเราเป็นศัตรูที่ต้องขจัดขัดขวาง รัฐบาลอย่าอาย เมื่อเตรียมพ.ร.ก.ไว้แล้วก็ควรประกาศไว้เลย เล่นละครตบตาหากชาวบ้านรู้ไม่ทันเรียกว่าเหนือชั้น แต่หากรู้ทันเขาเรียกว่า หน้าด้าน
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตการจับกุมชาย 2 คน เป็นผู้ร่วมขบวนการขว้างระเบิดใส่ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสีลม นั้น เนื่องจากชายทั้ง 2 คน ที่แถลงข่าวไม่มีท่าทีตกอกตกใจ ถือว่าผิดธรรมชาติ วันนี้รัฐบาลเพียงเพื่อจะจัดการประชาชนโดยใช้วิชามารสร้างเรื่อง เพื่อโยนความผิดใส่คนเสื้อแดง ส่วนการจับกุมพล.ต.ขัตติยะ คงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่วันนี้คนเสื้อแดงกำลังมีสมาธิในการต่อสู้ครั้งใหญ่ ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เลื่อนกำหนดการเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย อย่างไม่มีกำหนดนั้นเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ เป็นเด็กจะหนีเที่ยวและคงโดนดุจากผู้ใหญ่ ที่เห็นว่าพอมีเรื่องจะไปต่างประเทศ เลยโดนผู้ใหญ่ดุ จึงไม่เดินทางไปก็เป็นได้ ซึ่งเห็นถึงสัญญาณการถดถอย
“นายอภิสิทธิ์ยุบสภาฯคือหลักกิโลเมตรแรก แต่ขบวนการต่อสู้อำมาตย์ยังอยู่ ชุมนุมครั้งนี้เป็นการแสดงพลังครั้งใหญ่แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เป้าหมายเราคือต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยมีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข”นายณัฐวุฒิกล่าว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า ได้เอกสารลับมากจำนวน 17 หน้า จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ 361 จุด มีทั้งพระบรมมหาราชวัง สถานทูต และบุคคลสำคัญ อาทิ นายอภิสิทธิ์ นายอานันท์ ปัณยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ เชาววิศิษฐ์ อดีตรมช.คลัง ทั้งที่เสียชีวิตไปแล้ว ยังได้รับการดูแล ตนจึงรู้สึกหมดอาลัยตายอยากกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตั้งเป็นข้อสังเกตว่าหลังจาก พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กลับจากเข้าพบพล.อ.เปรม จากนั้นมีข้อมูลออกมาว่า จะต้องจับตา 3 แกนนำ นปช. เป็นพิเศษ พยายามควบคุมตัวให้ได้ และเร่งรัดคดี อีกทั้ง สน.บางรัก ยังส่งหนังสือมาถึงเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เพื่อถามข้อมูลตน เช่น ตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด เกี่ยวพันและมีหน้าที่ในพรรคอย่างไร รวมทั้งถามถึงรายละเอียดการแถลงข่าวกรณีเอกสารลับ และยังถามว่าที่ทำการพรรคอยู่ที่ใด จึงอยากถามกลับแล้วส่งเอกสารมาที่ใด เลขาธิการพรรคเขากินข้าวนะ แต่คนทำเอกสารนี่มันโง่ที่สุด
นายจตุพรกล่าวว่า วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อยากบอกว่าควรกราบบังคมทูลตามข้อเท็จจริง อย่ากล่าวถวายรายงานด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ เหมือนกับกรณีใช้หลักฐานเท็จสมัครโรงเรียนนายร้อย แต่ที่เป็นห่วงคือนายอภิสิทธิ์ ปล่อยให้ลูกพรรคออกมาใส่ร้ายคนเสื้อแดงไม่เว้นแต่ละวัน บอกว่าใครเป็นสมาชิกบัตร 30 บาท หากพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาจะได้แสนบาท อยากบอกควายยังไม่กล้าคิดอย่างนั้นเลย รวมทั้งกรณีนายอภิสิทธิ์ ออกมาจุดกระแสชุมชนต่างๆ ให้ออกมาต่อต้านคนเสื้อแดง อยากบอกว่าบางชุมนุมยังไม่ได้รับการพิสูจน์ใครนำรถแก๊ส รถเมล์ที่ถูกเผา เข้าไปจอดในจุดดังกล่าว กรณีนางเลิ้ง ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ ทั้งนี้คนในชุมชนอย่าตกเป็นเหยื่อ ตกเป็นเครื่องมือรัฐบาล คนเสื้อแดงยืนยันสันติวิธี มาโดยตลอด
“ขอท้าทายนายสุเทพ ที่ออกมาบอกว่าคนโยนระเบิดธนาคารกรุงเทพ โยงใยมาคนเสื้อแดง ขอให้ไปสาบานวัดพระแก้ว ว่าใครสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายขอให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน เรายืนอย่างแข็งแรง เขามาเสนออะไรเราไม่เคยเอา ไม่เอาแนวทางความรุนแรงแน่นอน” นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวอีกว่า การประกาศพ.ร.บ.มั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีปัญหาต่อคนเสื้อแดง ไม่มีปัญหาเพราะสภาพกทม.วันนี้ ทหารออกมาตามจุดต่างๆเหมือนประกาศอยู่แล้ว ยืนยันว่าต่อสู้ครั้งนี้เราจะมามือเปล่า รัฐบาลหากคิดจะสร้างสถานการณ์ มือที่สามจะถูกกลืนด้วยพี่น้องประชาชน การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นโดยสงบ โรคแทรกซ้อนอื่นๆจะเป็นโดยรัฐบาล อยากเตือนรัฐบาลว่าสถานการณ์ที่สร้างจะย้อนเข้าหาตัวคุณ กระแสข่าวจะปฏิวัติก่อนวันที่ 10 มี.ค. ขอเชิญชวนให้ปฏิวัติ คนเสื้อแดงจะได้ปิดฉากรัฐบาลและคณะปฏิวัติในคราวเดียวกัน เท่าที่ทราบกำลังอยู่ในกทม.ครบถ้วนแล้ว ที่รัฐบาลส่งมาสามารถแปรให้ยึดอำนาจได้ทันที ครั้งนี้ ใช้มือเปล่า ไม่มีอาวุธ ที่จะโค่นรัฐบาล
นายจตุพรกล่าวอีกว่า การที่พล.ต.ขัตติยะ ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเหมือนวัด ใครจะไปพบก็ได้ ท่านก็ไม่ปฏิเสธใครจะไปจะมาก็ได้หมด ส่วนข่าวที่ออกมา 3 วัน เผด็จศึกรัฐบาล คนเสื้อแดง เติบโตมากพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร พวกตนก็ยังอยู่ บางทีอาจเผด็จศึกเร็วกว่า 3 วันก็ได้ และครั้งนี้ ใครเป็นฝ่ายยิงประชาชนก่อน คนนั้นจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น