จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

"เทพเทือก"ซัด"แม้ว"แหล รากหญ้าปั่นหัวล้มอำมาตย์


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่น คง ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงมีการโฟนอินเรียกร้องให้คนชนบท รากหญ้าออกมาต่อสู้ปลดแอกจาก อำมาตย์ และการถูกกดขี่ข่มเหงรัฐบาลจะชี้แจงอย่างไร ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ คงพยายามพูดซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และสื่อมวลชนก็เห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลนี้มาเป็นรัฐบาลตามครรลอง ประชาธิปไตยทุกประการ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ได้รับการเลือกตั้งมาในสภาเหมือนกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยได้รับเลือกตั้ง เหมือนกับที่นายสมัคร สุนทรเวช หรือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับเลือกตั้งมาวิธีเดียวกันเลย ไม่มีอะไรแตกต่างกันแม้แต่อย่างเดียว เมื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน นายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้ารัฐบาลก็ไม่ได้กระทำการใดที่เป็นการกดขี่ข่มเหง ประชาน ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลนี้ได้ทำให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นคน ข้างล่างมีฐานะดีขึ้น รายได้ทางการเกษตรทุกชนิด ขายได้ราคาแพงกว่าในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ประชาชนก็มีความสุข เศรษฐกิจก็ดีขึ้น ไม่ห็นว่าใครถูกกดขี่ข่มเหงแต่ประการใด สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดไป ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ต่อข้อถามว่า มีรายงานข่าวหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาปักหลักบริเวณชาย แดนประเทศเพื่อนบ้านของไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบ ยังไม่มีรายงานข่าว



เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้ประชาชนคนกรุงเทพฯยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการก่อวินาศกรรมใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องวินาศกรรมต้องตื่นตัวเข้าไว้ จะไปพูดว่าไม่กังวลไม่ได้ แต่ว่าไม่ต้องตระหนกตกใจ คิดว่าเท่าที่ตนติดตามเป้าหมายของเขาคือสถานการที่ราชการ ไม่ใช่บ้านเรือนของราษฎรหรือประชาชนทั่วไป แต่ว่าเพื่อความไม่ประมาท ถ้าประชาชนได้คอยช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตา เห็นอะไรผิดสังเกตโทรศัพท์ไปแจ้งที่สายด่วน 1555 หรือแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ เราก็สามารถระงับเหตุได้ เพราะแม้เป็นสถานที่ราชการก็สร้างด้วยเงิน ภาษีอากรของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ต้องจับตาดูมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่าตนคงไประบุตัวก่อนล่วงหน้าไม่ได้ ไม่ใช่ว่าปิดบังขืนทำอย่างนั้นจะกลายเป็นการกล่าวหาหมิ่นประมาท กลายเป็นตนไปผิดกฎหมายเสียเอง แต่เราต้อง ระแวดระวัง เราพยายามจับตาอยู่โดยมีอยู่หลายกลุ่ม ทั้งหมดนี่เพื่อป้องกัน



เมื่อถามว่า ปฏิกิริยาของต่างประเทศ ได้มีคำสั่งห้ามคน ของเขาเดินทางเข้ามาประเทศไทย และมีการวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ใน ประเทศไทยค่อนข้างมาก เราจะชี้แจงอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดาของประเทศเราก็มีข่าวกรอง มีการข่าวภายในประเทศเรา ต่างประเทศเขาก็มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านข่าวเหมือนกัน เป็นสิทธิของเขาที่จะเป็นห่วงประชาชน คิดว่าหน่วยงานต่างประเทศคงเห็นพ ฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณ และบริวารมันจะโน้มไปทางด้านที่จะเป็นการก่อ การร้ายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดำเนินการไปไม่ได้รับการยอมรับจาก ต่างประเทศ ต่อข้อถามว่า การที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ไปยื่นหนังสือขอให้ทางการสหรัฐอาหรับอามิเรตส์(ยูเออี) ให้ขับพ.ต.ท.ทักษิณพ้นประเทศนั้นจะได้รับความร่วมมือแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า เข้าใจว่า รมว.การต่างประเทศ มีการเจรจาที่จะแลกเปลี่ยนตัวนักโทษยูเออีที่เขาอยากจะขอนำตัวไป รับโทษที่ยูเออี ซึ่ง กระทรวงการต่าปงระเทศจะต่อรองกันว่ามีคนของเรา ที่ต้องคดีแล้วหนีไปอยู่ที่บ้านเขา และใช้พื้นที่บ้านเขาทำร้ายประเทศ ไทยอยู่ เป็นวิธีการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ตนไม่ได้รับผิดชอบงานกระทรวงต่างประเทศก็เลยตอบแทนไม่ได้



ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีการระบุเรื่องว่าคนนั้นคนนี้ก่อการร้าย คำว่าการก่อการร้ายหมายถึงอะไร กันแน่ นายสุเทพ กล่าวว่าการเอาระเบิดไปวางที่ศาลฎีกา เอาระเบิดมือไปขว้างที่ธนาคาร กรุงเทพ สาขาต่างๆ อย่างนี้ถือว่าก่อการร้าย เมื่อถามว่า แล้วทำไมรัฐบาลไม่เคย สอบสวนออกมาให้ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย ประชาชนจะได้หายข้องใจว่าใครกันแน่ ที่ลงมือทำ นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการ เมื่อก่อนมีการวางระเบิดอย่างนี้ รัฐบาลก่อน ๆ ไม่ว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ หรือใคร ๆ ก็ไม่เคยจับใครได้ แต่รัฐบาลนี้จับผุ้ต้องหาได้ ขณะนี้ดำเนินคดีขังอยู่ในเรือนจำและจะ ดำเนินคดีก็จะปรากฎชัดเจนขึ้น



ต่อข้อถามว่า นับถอยหลังการชุมนุมใหญ่ใกล้เข้ามาหลายฝ่ายเป็นห่วงว่า ทั้งฝ่ายเสื้อแดงและรัฐบาลอาจมีการปะทะกันจนกระทั่งเลยเถิดไปจน ถึงขั้นเป็นสงครามกลางเมือง จะให้ความมั่นใจได้อย่างไรว่า การทำงานเจ้าหน้าที่จะไม่เลยเถิดไปถึงขนาดนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่ตนให้ความมั่นใจพี่น้องประชาชนได้ดีที่สุดคือ วันนี้ประชาชนเปิดประตูบ้านออกมาก็จะเห็นตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ของเรายืนดูแลรักษาการณ์อยู่ตามถนน สามแยกสี่แยก ต่างๆ โดยไม่มีอาวุธ เมื่อวานก็นำมาแสดงชัดเจนว่ามีเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ เป็นสายตรวจลาดตระเวณเท่านั้นที่ถืออาวุธ ส่วนถ้าในการชุมนุมคราวนี้ใครจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตน ก็ต้องมีตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษหรือหน่วยสวาทอาวุธครบมือไว้ สำหรับจัดการกับคนร้ายโดยเฉพาะ ไม่มีเป้าหมายที่จะไปจัดการอะไร กับประชาชน



เมื่อถามว่า แต่ภาพลักษณ์ไม่ค่อยดี เหมือนประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ทหาร ตรวจ แต่งเครื่องแบบยืนเต็มเมืองหลวง ไปหมด นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าตนไม่ทำอย่างนี้ก็จะเสียหายกับบ้านเมือง เมื่อมีคนมาเผาบ้านเผาเมือง ปิดการจราจร ก่อวินาศกรรมก็จะยิ่งเสียหาย มากไป สิ่งที่ทำประชาชนเห็นแล้วว่าตั้งใจจะมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของ บ้านเมืองเมื่อถามว่า แต่มองไปอีกแง่หนึ่งก็เป็นการตื่นตระหนกจนเกิน เหตุ นายสุเทพ กล่าวว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้มะรืนนี้สื่อมวลชนก็จะเปลี่ยนคำถามที่จะถามตนว่า เกินเหตุหรือไม่เกินเหตุ เมื่อถามว่า ทาง ประธานสภาฯเสนอให้ใช้สภาเป็นเวทีกลางในการเจรจา และนายโคทม อารียา ผอ.สถาบันสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ก็ออกมาเสนอแนะให้ใช้การเจรจา เพื่อหาทางออกให้วิกฤตประเทศครั้งนี้ ถือว่าสภาวการณ์เช่นนี้เลยขีดการ เจรจาไปแล้วหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เลย เจรจาได้ทุกเวลา คราวนี้รัฐบาลถึงตั้งเตรียมเจรจาขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ซึ่งเมื่อตั้งทีมขึ้นมาก็สามารถเจรจาได้ทุกเรื่องทุกประเด็นที่ ประสงค์จะให้มีการเจรจากันเตรียมพร้อมอยู่แล้วเจรจาได้ทุกแห่ง แล้วแต่จะนัดหมายกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น