
ผู้สื่อ ข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายหลังเริ่มบังคับใช้การประกาศพื้นที่ความมั่นคงระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค. ตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เพื่อ เตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่จะเริ่มตั้งแต่วัน ที่ 12 มี.ค.ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 มี.ค.ได้มีเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธทหารบกได้นำสุนัขทหาร พร้อมเครื่องมือตรวจวัตถุระเบิดเข้ามาตรวจค้นหาวัตถุระเบิด และสิ่งผิดปกติภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล และรถยนต์ที่จอดอยู่ตามแนวรั้วทำเนียบฯ อย่างละเอียด โดยเริ่มมีการนำลวดหนามบางส่วนมาวางตามแนวรั้วทำเนียบฯ แล้ว พร้อมนำสิ่งกีดขวางต่างๆเช่น แท่งปูน มาเตรียมพร้อมไว้ ส่วนบริเวณพื้นที่รอบนอกทำเนียบรัฐบาลเช่น สะพานมัฆวาน ถ.ราชดำเนิน ก็มีกำลังทหารกระจายกำลังมายืนดูแล ความปลอดภัย
นายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงศ์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยพื้นที่ภายในทำเนียบรัฐบาล เป็นหน้าที่ของทหาร และตำรวจ ตามแผนของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ เรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยใช้จำนวนเจ้าหน้าที่ทหาร – ตำรวจในทำเนียบใกล้เคียงกับการ ดูแลความปลอดภัยในการชุมนุมครั้งที่ผ่านๆมา ทั้งนี้ตั้งแต่เย็นวันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ จะเริ่มนำกำลังเข้ามาภายในทำเนียบฯ และจะอยู่ไปถึงวันที่ 23 มี.ค. แต่ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ อีกครั้ง จากการประเมินด้านการข่าวทราบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมคงไม่บุกเข้ามา ภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล คงแสดงพลังเพียงแค่การล้อมทำเนียบฯไว้เท่า นั้น โดยจะให้ชุมนุมได้เฉพาะบริเวณ ถ.ราชดำเนิน และถ.พิษณุโลกเท่านั้น จะไม่ให้เข้ามาภายใน ถ.นครปฐม ถ.ลูกหลวง และถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม และคลองเปรมประชากรรอบทำเนียบรัฐบาล หากผู้ชุมนุมบุกเข้าก็ต้องถูกจับกุม เพราะถือว่า บุกรุกสถานที่ราชการ โดยเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ได้เตรียมวางกำลังไว้หลายชั้นในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ อย่างเต็มที่ หากในวันที่ 12 มี.ค. สถานการณ์ไม่ดี ก็จะให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กลับบ้านก่อนเวลา ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น