
ที่ กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ระบุว่ามีข่าวจะก่อเหตุระเบิดทั่วกรุง 40 จุด ว่า เป็นเพียงข่าวที่ออกมา แต่ก็ต้องเป็นห่วงและต้องระมัดระวัง ส่วนในพื้นที่กระทรวงมหาดไทย ก็ต้องดูแลรักษาความปลอดภัย โดยอาจจะเพิ่มกำลัง รปภ. จากอส. รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้แต่เรื่องเครื่องกีดขวาง เช่นรั้วลวดหนาม หากจำเป็นต้องนำมาใช้ก็ต้องทำ เมื่อถามว่าเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 จะมาสร้าง สถานการณ์หรือไม่ นายชวรัตน์ตอบว่า ไม่ว่ามือที่ 3 มือ ที่ 2 หรือมือที่ 1 ก็เป็น ห่วงทั้งนั้น เมื่อถามว่าร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีการตั้งกองบัญชา การคอยสร้างสถานการณ์ที่ลอนดอน ในขณะที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินทางไปประเทศอังกฤษ นายชวรัตน์ ตอบว่า นายเนวินเพิ่งไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว เพราะมีลูกเรียนอยู่ที่อังกฤษ ก็กลายเป็นไปกล่าวหานายเนวิน ข่าวที่ออกมาเช่นนี้ถือว่าไม่ดี เป็นข่าวไม่เป็นความจริง นายเนวินอยู่กทม. ก็บอกว่าเป็นสายล่อฟ้า ไปลอนดอนก็บอกไปตั้งกองบัญชาการ แล้วจะให้ไปอยู่ไหน ให้ไปอยู่นอกโลกหรือ
เมื่อถามถึงการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ นายชวรัตน์ตอบว่า วอร์รูมมีอยู่แล้ว โดยมีการรายงานตัวเลขและสถานการณ์ การชุมนุมมาตลอด แต่ขณะนี้มีตัวเลขเคลื่อนไหวไม่มากนัก ยังไหลมาน้อย อย่างไรก็ตามคงไม่ต้องเข้ามาบัญชาการที่วอร์รูมเอง เพราะมีรีโมทคอนโทรล เมื่อถามว่า กังวลสถานการณ์จะรุนแรงถึงต้องย้ายไป อยู่เซฟเฮาท์หรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวติดตลกว่า “บ้าน ผมก็เซฟพอแล้ว ไม่ต้องมีที่พิเศษหรอก ” เมื่อถามว่า มีการคาดโทษผู้ว่าฯจังหวัดที่มีผู้มาชุมนุมเยอะหรือไม่ นายชวรัตน์ ตอบว่า ไม่มีการคาดโทษ แต่จะชื่มชมและให้รางวัลจังหวัดที่ มีผู้มาชุมนุมน้อย เพราะถือว่าเก่งที่ทำความเข้าใจกับประชาชนได้ดี
นาย มานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นปช.ระบุ ว่ามีการแจ้งตัวเลขของระเบิด เอ็ม79 ที่หายไป จากคลังแสงกองพัน 401 จ.พัทลุง น้อยกว่าจำนวนความเป็นจริงเพื่อเตรียมไว้ก่อเหตุวุ่นวาย ว่า ได้รับแจ้งจากผวจ.พัทลุง ตั้งแต่วันที่ยุทโธปกรณ์หาย ไปจากคลังแสง เนื่องจากทางทหารได้มาแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ ตรงกับที่ได้แจ้งต่อสื่อมวลชน คือกระสุนเอ็ม 16 ประมาณ 2 พันนัด กระสุนปืนพก 11 มม. ประมาณ 1 พันนัด และระเบิดเอ็ม 79 ประมาณ 20 ลูก แต่คาดว่าที่มีข่าวผิดเพี้ยนไป เพราะตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่กล้า เปิดเผยข้อมูล เกรงจะกระทบความมั่นคง แต่ยอดทั้งหมดเป็นเช่นนี้แน่นอน ไม่เช่นนั้นหากลงบันทึกประจำวันไม่ตรงกับยอดที่หาย ผู้แจ้งก็ถือว่ามีความผิด ดังนั้นยอดอาวุธที่หายไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่ อย่างใด
นายมานิต กล่าวในการประชุมกระทรวงมหาดไทย ว่าขอกำชับให้ผวจ.ระ มัดระวังการดำเนินการใดๆที่อาจจะมีการฟ้องร้องทางกฎหมาย โดยขอให้การดำเนินการใดๆ ต้องตั้งเป็นคณะกรรมการร่วม สนธิกำลัง ระหว่างหารตำรวจ ฝ่ายปกครอง และขอให้นำคำวินิจฉัยของ ศาลปกครองกลางที่ระบุว่า การชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาโดยใช้รั้วลวดหนาม ใช้ยางรถยนต์ราดน้ำมัน และปิดทางเข้าออก ก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับบุคลทั่ว ไป นั้น ไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสลายการชุมนุม ได้ ดังนั้นหากมีการปิดล้อมศาลกลางจังหวัด ขอให้ผู้ว่าพิจารณาคำพิพาก ษาในข้อนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาของศาลฎีกา ที่ระบุว่า หากผู้ชุมนุม มีไม้กระบองไม่ถือว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ จึงขอให้นำคำพิพากษาทั้ง 2 กรณี มาศึกษาและปรับใช้ในสถานการณ์ ทั้งนี้ ในการประชุมกอ.รมน. ที่ประชุมได้ฝากภารกิจให้ฝ่ายปกครอง ดำเนินการ 3 เรื่อง 1 ทำ ความเข้าใจกับประชาชน ถึงสถานการณ์ที่ถูกต้อง 2.รับ ผิดชอบการดำเนินการของวิทยุชุมนุมที่มีลักษณะปลุกระดม โดยให้ใช้อำนาจของ ผวจ.ดูข้อกฎหมายว่าสามารถดำเนินการ ได้อย่างไรได้บ้าง 3. ให้สนับสนุนด้านการปกป้องและ บรรเทาสาธารณภัย ในกทม. ส่วนต่างจังหวัดผวจ.เป็นผู้อำนวยการ จึงสามารถสั่งการได้ทันที นอกจากนี้ ขอให้แต่ละจังหวัดรวบรวมรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุกพื้นที่ ส่งข้อความมาทางโทรศัพท์มือถือของตน ตลอด 24 ชั่วโมง และให้ ผวจ.ตั้งวอร์รูมทุกจังหวัดรายงานความ เคลื่อนไหวทุก 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผู้ สื่อข่าวรายงาน ว่านายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้มีหนังสือถึง กองบัญชาการอส. โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า เนื่องจากมีข้อมูลตามข่าวระบุว่าในการชุมนุมทางการเมืองที่จะมีขึ้น ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ จะมีการยึดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นที่พักชั่วคราวของกลุ่มผู้ ชุมนุม อาจจะทำให้เกิดสถานการณ์ร้ายแรง สร้างความเสียหายให้แก่สถานที่ราชการ และสร้างความไม่ปลอดภัยร้ายแรงแก่ผู้บังคับบัญชาสูงสุด จึงขอให้มีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ และชุดปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย และให้กำหนดภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย มิให้มีการบุกรุก ปิดกั้น ก่อวินาศกรรม ทำลายทรัพย์สิน ของกระทรวงมหาดไทย และให้เสริมกำลัง เคลื่อนย้ายกำลังอส.ชุดเฉพาะกิจ สนับสนุนการปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย เพื่อป้องกันเหตุภายใน กระทรวงมหาดไทย และนอกประตูรั้ว และให้จัดเตรียมกำลังพลอส. ทุกกองร้อย เตรียมปฏิบัติการเสริม หากเจ้าหน้าที่รัฐร้องขอ นอกจากนี้ข้อให้เตรียมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน หมวก โล่ กระบอง วิทยุสื่อสารให้พร้อมใช้ตลอดเวลา
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ นายวงศ์ศักดิ์ ยังได้มีคำสั่งเป็นหนังสือเวียน ถึงหน่วยงานในกรมการปกครอง ว่า 1.จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ กรมการปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่า สถานการณ์จะคลี่คลายสู่สภาวะปกติ และให้ติดตามความเคลื่อนไหวของ สถานการณ์การชุมนุม 2.มอบหมายให้รองอธิบดีกรมการ ปกครอง กำกับกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการ และประสานงานการปฏิบัติของส่วนภูมิภาค และกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3.จัดตั้งคณะที่ปรึกษาอธิบดีกรมการปกครอง ทั้งด้านความมั่นคงและด้านกฎหมาย ให้คำปรึกษา ในสถานการณ์การชุมนุม 4.ให้สำนักอส. รับผิดชอบจัดทำแผนรักษา ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการที่เสี่ยงอันตราย ให้สอดคล้องกับแผนเผชิญเหตุการณ์ทาง การเมือง 5.ให้ทุกสำนัก กอง กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงาน ให้สอดคล้อง และให้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังทรัพย์สินเอกสารสำคัญให้มีความ ปลอดภัย และกำชับ ข้าราชการ พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกคน ห้ามลาทุกประเภทในห่วงระยะเวลาดังกล่าว ยกเว้นกรณีสุดวิสัย 6.ให้กองสื่อสารสนับสนุนการสื่อสารของศูนย์ปฏิบัติการ กรมการปกครอง 7.ให้กองคลังจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์การดับเพลิงที่จำเป็นให้พร้อมใช้งาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น