
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่
ยวข้อง เพื่อแบ่งงานในการติดตามความคืบหน้ากรณียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้กรมบัญชีกลาง ไปพิจารณาคำพิพากษาของศาล เพื่อมาดำเนินการความรับผิดทางละเมิด ซึ่งจะพิจารณาว่าหน่วยงานรัฐใด ได้รับความเสียหายหรือมีเจ้าหน้ารัฐจงใจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือ ประมาทเลินเล่อ โดยหัวหน้าหน่วยงานต้อตรวจสอบเบื้องต้น และเสนอเรื่องมายังกรมบัญชีกลาง ส่วนที่เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจ(รสก.)มอบ หมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ไปศึกษาดูว่า จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป กรณีที่เกิดความเสียหายกับ รสก. ส่วนประเด็นภาษี มอบหมายให้กรมสรรพากรเป็นผู้ดำเนินการในรายละเอียด
“ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด กระทบต่อรัฐวิสาหกิจใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) หรือ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือเป็นจำนวนเท่าใด เพราะทั้ง 3 หน่วยงานจะต้องเข้าไปดูในรายละเอียดตามคำพิพากษาว่า มีใครที่จะต้องรับผิดทางละเมิดบ้าง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อร สก.เป็นจำนวนเท่าใด ใครที่ต้องชดใช้ความเสียหายเหล่านั้น” นายสถิตกล่าว
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ อธิบดี กรมบัญชีกลางกล่าวว่า วันที่ 3 มีนาคม กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้จะไปหารือกับสำนักงานป้องกันการ ทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ในฐานะเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อหารือในรายละเอียดการดำเนินการความรับผิดทางละเมิดตามคำพิพาก ษาคดียึดทรัพย์ ซึ่งตามกระบวนการ แต่ละหน่วยงานจะต้องเสนอรายละเอียด เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกรมบัญชีกลางภายใน 60 วัน
ส่วนการรับโอนเงินที่ถูกอายัด 4.6 หมื่นล้านบาท เข้าสมทบเงินคงคลัง นายพงษ์ภาณุกล่าวว่า จะต้องรอหลัง 30 วัน เพื่อรอกระบวนการยื่นอุทธรณ์ หากพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามกำหนดเวลา ก็สามารถโอนเงินทั้งหมดในบัญชีต่างในแต่ละธนาคารเข้ามาสมทบเป็นเงิน คงคลังได้เลย โดยเงินที่ถูกอายัด 4.6 หมื่นล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่เป็นเงินสดที่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่มีบางส่วนที่เป็นหุ้นและหน่วยลงทุน หากภาวะตลาดไม่เอื้อให้ขาย ก็สามารถถือหน่วยลงทุนหรือหุ้นนั้นต่อไปได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น