จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

"มาร์ค-สุเทพ"มุดเซฟ เฮ้าส์ร.11รอ.บัญชาการรบทัพแดง ยึดหน่วยราชการสลายม็อบ ทันที


นายสุเทพ เทือก สุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รศ.)ว่าได้หารือกันถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมที่ต้อง การใช้สถานที่ต่าง ๆ ในการชุมนุม โดยยอมให้ผู้ชุมนุมได้ใช้สถานที่ตาม ที่ต้องการ แต่จะมีข้อห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติคือจะต้องไม่กระทำ การใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องชุมนุมโดยสงบ ก็จะได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่รัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 แต่หากผู้ชุมนุมไปบุกรุกเคหะ สถาน บ้านพักของผู้ใด หรือบุกรุกสถานที่ราชการ ก็จะถือว่าไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ ก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ รัฐ

“ถ้ามีพฤติกรรมบุกรุกที่ใด เราจะเข้าทำการสลายการชุมนุมทันที ซึ่งการสลายการชุมนุมนั้นเราก็จะ ทำตามหลักสากลคือ เข้าไปเจรจา ตักเตือนให้ทราบว่ากำลังจะมีการฝ่าฝืน กฎหมาย และแต่ยังฝ่าฝืนอีกก็จะเข้าไปจับกุม ถ้าขัดขืนก็จะใช้น้ำฉีดและใช้แก๊สน้ำตา” รองนายกฯ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวด้วยว่าตั้งแต่มีการประกาศพื้นที่กทม.และปริมณฑลเป็น พื้นที่ความมั่นคง รถอีแต๋นจะเข้ามาไม่ได้เด็ดขาด รถกระบะที่บรรทุกขนคนเข้ามาก็เข้ามาไม่ได้ ยกเว้นรถกระบะของ ประชาชนธรรมดาที่มาเยี่ยมลูกหลาน หรือมาติดต่อธุรกิจปกติก็เข้ามา ได้ แต่ขอความร่วมมือประชาชนเหล่านี้ให้ไปขอหนังสือรับรองจากอำเภอใน ภูมิลำเนาติดตัวมาด้วย จะได้ทราบว่าไม่มีเจตนาจะนำรถมากีดขวางการ จราจร รวมถึงรถขนผักหรือพืชผลการเกษตรที่ค้าขายใช้ชีวิตปกติ ซึ่งหลักการของ ศอ.รส.คือทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างปกติ สุข ส่วนผู้ชุมนุมที่โดยสารรถกระบะมา ก็จะต้องหยุดที่จุดตรวจ โดยจะอำนวยความสะดวกรับผู้ชุมนุมส่งต่อไปยัง พื้นที่ชุมนุมได้ ส่วนรถกระบะที่จอดอยู่จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลไว้ให้ แต่ถ้านำเข้ามาและจอดกีดขวางจราจรก็จะถูกยกแน่นอน ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเสียหาย ประกันก็ไม่จ่าย ดังนั้นอย่าเสี่ยงดีกว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนำแผนที่แสดงการตั้งจุดตรวจรวมถึงจุดที่จะ ให้รถกระบะจอด มาให้สื่อได้รับทราบ และหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทยอย ออกมาแถลงเป็นระยะเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อคืนวันที่ 10มี.ค.ได้มีการสั่งการให้ เคลื่อนย้ายกำลังที่จะต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยประมาณ 5 หมื่นคน ทั้งข้าราชการพลเรือน อาสาสมัคร อพปร. ตำรวจ ทหาร และต้องเข้าประจำการรักษาความเรียบร้อยให้เสร็จทั้งหมดภายในวัน ที่ 11 มี.ค.นี้ ซึ่งทั้ง 5 หมื่นคนนี้จะไม่มีคนใดเลยที่พก อาวุธ มีแต่เครื่องที่ป้องกันตัวเองเท่านั้น และจะแต่งเครื่องแบบเรียบร้อยเห็นชัดเจน โดยจะมีเครื่องหมายบอกฝ่ายชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ใครแปลกปลอม มาแต่งเครื่องแบบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งใครที่แต่งเครื่องแบบเลียนแบบ เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ก็จะถูกดำเนินการทันที เราดูรู้ทันทีว่าใครเป็นของจริง ของปลอม

“แต่ช่วงที่มีการชุมนุม หากมีกลุ่มที่แฝงมาแล้วบุกรุกไปในที่ตั้งของทหาร หรือสถานีตำรวจ หรือกองบัญชาการตำรวจ ซึ่งสถานที่เหล่านั้นมีอาวุธของทางราชการเก็บเอา ไว้ ถ้าใครบุกรุกเข้าไป เราจะใช้อาวุธในการปราบปราม เพราะถือว่าพวกนี้เป็นพวกผู้ก่อการร้าย มุ่งที่จะเข้าไปปล้น ชิงเอาอาวุธของราชการเพื่อมาทำร้ายประชาชน อย่างนั้นต้องดำเนินการเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถถืออาวุธได้ จะมีจำนวนจำกัด คือจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือที่เรียกว่าหน่วยสวาท มีเครื่องแต่งกายและเขียนป้ายติดที่อกเห็นได้ชัดว่าเป็นตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วไปทำร้ายประชาชน นอกจากนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้มีการปะทะกับประชาชนโดยตรง ซึ่งก็”นายสุเทพ

นายสุเทพ กล่าวด้วยสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ ประชาชนทั้งประเทศมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ประชาชนมีความเป็นห่วงกังวลซึ่งทาง ศอ.รส.ได้วางมาตรการดูแลถวายการรักษาอย่างดีที่สุด และขอความร่วมมือไปถึงผู้ชุมนุมทุกท่านว่าถนนทุกสาย ทุกเส้นทางที่จะไปสู่รพ.ศิริราช ที่ประทับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงพักรักษาพระองค์อยู่นั้น ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมไปโดยเด็ดขาด ไม่ให้ไปกระทำการใด ๆ ที่เป็นการใด ๆ ที่เป็นการระคายเคืองเบื้องพระ ยุคลบาท ไม่ว่าจะไปทางบกหรือทางน้ำ ถ้าผู้ชุมนุมมีเจตนาจะมาเรียกร้องประชาธิปไตย หากเป็นประชาธิปไตย หัวใจของนักประชาธิปไตยก็คือการเคารพกฎหมาย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย

ผู้สื่อ ข่าวถามว่ากรณีการตรวจอาวุธ จะตรวจเฉพาะการขนอาวุธจากรอบนอกเข้า มาหรือ เพราะอาวุธจากข้างในก็มีมากมาย นายสุเทพ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจทั้งข้างนอกและข้างใน เมื่อมีการประกาศพรบ.ความมั่นคงฯ แล้ว ประชาชนจะพกพาอาวุธออกจากเคหะสถานของตัวเองไม่ได้ หากพบจะถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษสถานหนัก เพราะฉะนั้นแม้จะอยู่ในกทม.จะ พกอาวุธไปไหนมาไหนไม่ได้เด็ดขาด

เมื่อถาม ว่ามีการประเมินว่าการชุมนุมน่าจะยืดเยื้อยาวไปถึงสัปดาห์หน้า แล้วการประชุมครม.ในอังคารหน้าจะสามารถประชุมได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดเลยไปขนาดนั้นเลย ดูแลไปวันต่อวัน โดยหลักการของศอ.รส. ก็คือประชาชนต้องสามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ ใครจะไปขัดขวางเส้นทางคมนาคม ปิดถนน ปิดสถานีรถไป ปิดสนามบินไม่ได้โดยเด็ดขาด อย่างนี้ต้องสลายทันที ประชาชนต้องไม่ถูกรบกวนด้วยเรื่องอย่างนี้ หากมีการปิดล้อมขั้นตอนการปฏิบัติก็ต้องมีการเจรจา แต่หากเจรจาไม่ได้ก็ต้องมีการสลายการปิดล้อม ซึ่งก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

ผู้สื่อ ข่าวถามว่ารัฐบาลจะใช้พื้นที่ใดเป็นกระบอกเสียงในการชี้แจงกับ ประชาชนในช่วงที่มีการชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ใช้สถานที่เป็นกระบอกเสียง แต่รัฐบาลจะใช้สถานที่เพื่อแถลง ข่าวคราวผ่านสื่อมวลชนไปยังประชาชนได้ทราบชัดเจน โดยได้เตรียมสถานที่ที่กรมทหารราบที่ 11 เป็นสถานที่ตั้งกองบัญชาการศอ.รส. เมื่อถามว่าไกลเกินไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงเจ้าหน้าที่เสนอบริเวณ ใกล้ ๆ แถวนี้ แต่ตนเห็นว่ามันใกล้สถานที่ชุมนุมเกินไป เกรงว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันได้ ควรหลีกไปอยู่ห่าง ๆ หน่อยจึงได้เสนอให้ใช้ที่ราบ 11 เพราะถือว่าอยู่ห่างจากจุดใหญ่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศแล้วคือที่ สนามหลวง ถนนราชดำเนิน และมีเวทีใหญ่คือที่สะพานผ่านฟ้า





เมื่อถามว่า ทางฝ่ายภาคประชาชนหลายฝ่ายได้ออก มาเรียกร้องทั้งฝ่ายเสื้อแดงและรัฐบาลยุติความรุนแรง จะให้ความมั่นใจเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่อย่างไรในการรักษาความสงบ โดยจะไม่ลุแก่อำนาจทำให้เกิดน้ผึ้งหยดเดียวบานปลายออกไป นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายว่าเรา ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและประชาน ต้องอดกลั้นและอดทน เจ้าหน้าที่จะไม่ลุแก่โทสะ และจะไม่ทำร้ายประชาชนเด็ดขาด ตนยืนยันแล้วว่าเจ้าหน้าที่ตนจะไม่พกพาอาวุธเลย คนที่จะมีอาวุธ คือเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่จะ แต่งเครื่องแบบแต่ละสังกัดพกอาวุธ เป็นการปฏิบัติปกติ ของหน่วยลาดตระเวณ ที่ไม่ใช่หน่วยที่มาตั้งประชันหน้ากับผุ้ ชุมนุม และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจ หรือหน่วยสวาทที่จะแต่งเครื่องแบบตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษชัดเจน ซึ่งตนจะนำเอาตัวอย่างหน่วยสวาทที่ติดอาวุธครบมาแสดงให้สื่อมวล ชนดู นอกนั้นอีก 5 หมื่นคน มือเปล่าไม่ตคิดอาวุธ ทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทติดอาวุธดังกล่าว จะเป็นจำนวนแยกต่างหากไม่รวมกับกำลังผสมตำรวจ ทหารและพลเรือน 5 หมื่นคน แต่จะเตรียมไว้ไม่มากนักแค่จำนวนเป็นร้อยคนเท่านั้น

นายุสเทพ กล่าวว่า สำหรับการตั้งด่านตรวจที่ตั้งขึ้นมี เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะเผยแพร่แผนที่ออกไปให้ดู เป็นจุด ๆ โดยด่านตรวจมีหลายชั้น ทั้งเส้นทางเข้ามาจากต่างจังหวัดจะมีด่านตรวจเป็นระยะ ๆ พอ มาถึงชานเมืองกรุงเทพก็มีด่านสำคัยป้องกันมให้เอาสิ่งผิดกฎหมาย เข้ามา และพอมาถึงกรุงเทพฯก็มีด่านตรวจอีก ทั้งหมดกังวล ใจเรื่องอาวุธมากที่สุด ทั้งนี้ภายในวันเดียวกันนี้การ นำกำลังเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบจะ ต้องครบทั้งหมด โดยกำลังทหารเริ่มเข้ามามาตั้งแต่เมื่อ คืนวันที่ 10มี.ค.ที่ ผ่านมา ส่วนสถานที่ที่จะเป็นใช้เป็นศูนย์อำนวยการของ ศอ.รส. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษา พระองค์นั้นก็จะจัดให้เสร็จลงตัวภายในวันเดียวกันนี้และเตรียม สถานที่สำหรับสื่อมวลชนได้ปฏิบัติงานด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนในที่ประชุมคณะกรรมการติดตาม สถานการณ์ความมั่นคง(คตม.) บอกหรือไม่การเตรียมการครั้งนี้ยิ่งกว่าการ มีการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมาเสียอีก นายสุเทพ กล่าวว่า เรียนตรง ๆ ว่าตนรู้สึกว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำไป ถ้ามีกำลัง มากกว่านี้ตนจะใช้มากกว่านี้ ตนกังวลใจจริง ๆ เพื่อดูแล พื้นที่ให้ทั่ว เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าในพื้นที่ภาคอีสาน มีการกว้านซื้อชุดทหารออกไปเป็นจำนวนมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนถึงต้องให้เจ้าหน้าที่มีการจัดแบ่งกำหนดเครื่องหมาย ที่แบ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐให้ชัดเจน โดยมีรหัสเฉพาะที่จะสามารถป้องกัน การปลอมแปลงได้ เมื่อถามว่า มีการเตรียมกำลังสำรองเอาไว้เท่าไหร่ หาก 5 หมื่นแรกไม่เพียงพอในการดูแล นายสุเทพ กล่าว เพียงว่า มีบ้าง เมื่อถามย้ำว่า เป็นหลักหมื่นหรื่อไม่ นายุสเทพ กล่าวว่า คงไม่หรอก

เมื่อถามว่า ขณะที่รัฐบาลวางกำลังเข้มข้น แต่ฝ่ายเสื้อแดงประกาศไม่กลัวจะดำเนินทุกอย่างตามที่ตั้งใจ และ จะแหกเมาทุกด่าน นายสุเทพ กล่าวว่ เขาไม่ต้องกลัวเพราะรัฐบางไม่ได้ทำอะไรให้น่ากลัว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องชุมนุมโดยสงบ และไม่ควรจะฝ่าด่าน ซึ่งแสดงว่าเขาไม่ยอมให้เราได้ตรวจค้น เพื่อที่จะ ป้องกันไม่ให้เอาอาวุธหรือคนต่างด้าวเข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อบ้านเมือง

เมื่อถามว่า ท่านจะพาครอบครัวไปหลบในพื้นที่ต่างจังหวัหรือเซฟ เฮ้าส์หรือไม่ นาย สุเทพ กล่าวว่า ตนก็ยังไม่ได้คุยกันเลย ภรรยาและลูกยังอยู่ที่บ้าน แต่ตนตั้งใจว่าตัวตนเองจะไปอยู่ในที่พักที่เดียวกับนายกฯ ที่กรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อที่จะสะดวกในการไปปฏิบัติงานแก้ไข สถานการณ์ ส่วนครอบครับก็พยายามจะชักชวนอยู่ ส่วนครม .ชุดเล็ก 9 คน จะไม่ได้ไปอยู่รวมกันในเซฟเฮ้าส์หรือสถานที่ที่ใช้เป็นกองบัญชา การ อยู่บ้านใครบ้านมันสบายกว่า ขณะนี้จะมีเพียงตนกับนายกฯเท่านั้นที่จะไปอยู่ด้วยกัน



เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลตั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ เลขาธิการ นากยฯเป็นหัวหน้าคณะผู้ประสานงวานกับคนเสื้อแดงจะทำให้สถานการณ์ ดีขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า คราว นี้เป็นกรณีพิเศษที่รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ได้แต่งตั้งให้เลขาธิการนายกฯเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาลไปเจรจา เมื่อถามว่า มั่นใจหรือว่านายกอร์ปศักดิ์จะ เจรจาได้ เพราะไม่ใช่นักเจรจาที่ดี นายสุเทพ กล่าวว่า นาย กรอ์ปศักดิ์ เป็นเลขาธิการนายกฯเวาลาจะมีการเจรจาต้องนำคนที่ฝ่ายโน้นมั่นใจ ได้และดูว่ามีราคาพูดจาเชื่อถือได้ ใช้เลขาธิการนากยฯถือว่าดีที่สุดแล้ว ในพรรคประชาธิปัตย์ก็มีคนที่ประนีประนอม แต่นายกอร์ปศักดิ์ก็ถือว่ามีความประนีประนอม พูดจามีหลีกการ พูดแทนนายกฯและศอ.รส. ได้ ส่วนตนเป็นผอ.ศอ.รส. ถ้าต้องไปนั่งเจรจากันอยู่ก็คงไม่สามารถนั่งบริหารงานรักษาความ สงบได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น