จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตนคิดว่าคำพิพากษาของศาลเป็นธรรมที่สุดแล้ว ซึ่งฝ่ายคนเสื้อแดงและคนที่อยู่ที่ตรงข้ามพ.ต.ท.ทักษิณยอมรับได้ รวมทั้งคนที่มองด้วยความเป็นกลางก็รับได้เช่นกัน ตนเห็นว่าศาลมีคำวินิจฉัยดีมาก แต่พ.ต.ท.ทักษิณอาจไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจเงินในส่วนของหุ้นที่โอนให้ลูกและอดีตภรรยา แต่ศาลได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่าให้ลูกและอดีตภรรยาถือหุ้นไว้แทนจริงๆ เมื่อเห็นว่าถือหุ้นแทน ก็แสดงว่าหุ้นนั้นเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช้ของคนอื่น เมื่อคำพิพากษาของศาลออกมาเช่นนี้ การนัดชุมนุมของกลุ่มคนสื้อแดงในเรื่องดังกล่าว ก็ถือว่าหมดความชอบธรรมที่จะเคลื่อนไหวแล้ว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรว่าคนเสื้อแดงคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาในกลางเดือนมีนาคม โดยระบุว่าไม่ได้เคลื่อนไหวเรื่องคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลยุบสภา ไม่ใช่วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย และตนขอเรียกร้องให้ใช้ระบบของรัฐสภามาแก้ไขปัญหาจะดีกว่า ด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นบทบาทที่ถูกต้อง และขอให้รีบเปิดอภิปรายมาเร็วๆ ว่ากันไปตามระบอบ

เมื่อถามว่า การคืนทรัพย์สินบางส่วนจะช่วยลดความร้อนแรงของสถานการณ์ได้มากน้อยแค่ไหน นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ปฏิเสธไม้ได่ว่าลึกๆแล้วคนเหล่านี้ กลัวว่าศาลจะยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ที่สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณก็เคลื่อนไหวประเด็นนี้กดดันให้ก่อความวุ่นวาย หรือให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ ก็ถือลดความชอบธรรมของพ.ต.ท.ทักษิณออกไปมาก แต่ตนยังยืนยันว่าศาลวินิฉัยไว้ดีมากเป็นกลางๆ

“สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณกลัวมากคือ การไม่ได้กลับคืนสู่อำนาจ หรือกลับมาเป็นนายกฯอีก ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญ ปี 50 มาตรา 102 บัญญัติไว้ว่า คนที่เป็นส.ส.และถูกยึดทรัพย์คืนแผ่นดิน ไม่สามารถที่จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีก เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุว่า คนที่เป็นนายกฯต้องมาจากการเป็นส.ส. และรัฐธรรมนูญมาตรานี้ไม่มีอายุความว่าเป็นกี่ปี นั่นหมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถที่จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีก จึงทุกข์หนักในประเด็นนี้ จึงปลุกให้คนเสื้อแดงสู้ เพื่อต้องการกลับมาเป็นนายกฯและเปลี่ยนรัฐธรรนูญ แต่พ.ต.ท.ทักษิณลืมไปว่า มาตรา 107 ของรัฐธรรมนูญ ปี 40 ก็บัญญัติไว้เช่นเดียวกับ มาตรา 102 (7) ของปี 50 และปัญหาทั้งหมดเกิดมาจากพ.ต.ท.ทักษิณเอง” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า วันนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาอย่างตรงไปตรงมา โดยได้เขียนทุกแง่ทุกมุม และวิเคราะห์ว่าพ.ต.ท.ทักษิณใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น หากพ.ต.ท.ทักษิณและกลุ่มคนเสื้อแดง คิดจะเคลื่อนไหวอะไรต่อจากนี้ต้องพิจารณาให้ดี เพราะจะเป็นการบั่นทอนตัวเองและพวกพ้องลงไปเรื่อยๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น