จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปชป.ชี้ผลคดียึดทรัพย์สร้างมาตรฐานตัดสินนักการเมือง

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคปะชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ทางการเมือง(วอร์รูม) ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองก่อนการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการพูดถึงสภาวะแวดล้อมของสังคม 3 เรื่อง คือ 1 ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาทางใดก็ตาม 2 ขอให้ทุกฝ่ายไม่ดำเนินการใดๆที่จะเป็นการกดดันการทำงานของศาล และสังคม ไม่ว่าผลจะออกมาทางใด เพื่อให้ศาลได้ทำงานโดยปราศจากการคุกคาม รวมทั้งการทำลายความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมด้วย 3 เรียกร้องให้คนไทยทุกกลุ่ม ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับ ยอมรับผลการตัดสิน ใช้คำตัดสินเพื่อให้เป็นมาตรฐานในการตัดสินคดีผู้
ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และอย่าเอาคำตัดสินของศาลไปขยายผลทางการเมือง
โดยเฉพาะการใช้เป็นเหตุผลเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง

นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า อยากให้เหตุการณ์วันนี้ได้เป็นส่วนสำคัญ ที่จะเป็นการสร้างความเข้าใจสังคม ไม่ว่าคำพิพากษาออกมาอย่างใด ซึ่งจะเป็นวันสำคัญที่คนไทยทุกคนไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ หรือที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันจะได้มีส่วนร่วมในการประคับประคองบ้านเมืองให้ผ่านความวุ่นวายที่ไม่ใครอยากเห็น เหตุการณเกิดที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยช่วยกันทำให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไป

นายธนา ชีรวินิจ คณะทำงานวอร์รูม กล่าวว่า เนื่องจากการพิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท อาจจะใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน และประชาชนอาจะไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ จึงมอบหมายให้ นักวิชา และนักกฎหมายของพรรค มาร่วมกันทำงานวิเคาะห์ พิจารณาประเด็นต่างๆเพื่อทำความเข้าใจชี้แจงต่อไประชาชน ต่อไป

เมื่อถามว่า ที่ประชุมมีความเป็นห่วงในเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเป็นห่วงใยหากจะมีการนำการตัดสินไปขยายผลต่อ คิดว่าการทำความเข้าใจของรัฐบาล และนักวิชาการ จะช่วยไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคมได้


เมื่อถามว่า ที่ประชุมวอร์รูมได้รับรายงานว่าจะเกิดความรุนแรงภายหลังการพิจารณาคดียึดทรัพย์หรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัย และ ความสงบเป็นหน้าที่ของ รัฐบาล ที่จะป้องกันไม่ให้นำคำตัดสินไปขยายผลทางการเมือง อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่แกนนำของคนที่เคลื่อนไหว ประกาศว่าไม่ต้องการที่จะเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการตัดสินคดีและกระบวนการยุติธรรม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น