ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. นายนาม ยิ้มแย้ม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) กล่าวภายหลังร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ ว่า หลังจากนี้จะกลับไปฟังศาลฎีกาฯอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ที่บ้าน ซึ่งต้องรอว่าศาลจะพิพากษาออกมาอย่างไร เมื่อผลออกมาก็คงหาความสงบได้ยาก แต่ก็ถือว่าคตส.ได้ทำงานมาเต็มที่แล้ว ทำงานได้น่าพอใจ เพราะคดีสามารถขึ้นสู่ การพิจารณาของศาลและนำไปสู่การพิพากษ์ โดยในวันที่จันทร์ที่ 1 มี.ค.นี้ อดีตคณะกรรมการคตส. จะมีการนัดหารือกันเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีต่าง ๆ กับนายกล้านรงค์ จันทิก อดีตคตส. ที่เป็นกรรมการป.ป.ช. ในคดีที่คตส.โอนต่อให้ป.ป.ช. และยังจะมีการหารือถึงผลแห่งคดียึดทรัพย์ด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลังตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯออกมาแล้ว ก็จะมีคดีอาญาตามมาอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อคดีเอ็กซิมแบงค์ หรือคดีหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ทั้งนี้ทรัพย์สินของอดีตนายกฯที่คตส.อายัดไว้นั้น ยังขาดอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถไปติดตามเอากับทรัพย์สินอื่นได้
นายนาม ยังกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ก่อนที่ศาลจะมีการอ่านคำพิพากษานั้น โดยส่วนตัวได้มีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ บางรายขู่ว่ายังไม่ตายหรือ ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ บางรายก็เปิดเสียงสวนกุสลาธรรมา แต่หลังจากรู้ว่าเป็นการโทรมาข่มขู่รบกวนก็ปิดโทรศัพท์ ไม่อยากฟัง และไม่อยากรับรู้ เพราะถือว่างานของคตส.จบแล้ว และก็ไม่ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ให้มารักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม แต่เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ คตส.ไม่เคยเรียกร้อง และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีอะไร มีแต่การข่มขู่ เมื่อถามว่า ทางแกนนำนปช.ยังคงกล่าวหาและจะติดตามตรวจสอบว่า คตส.ให้นอมินีคอยรับส่วนแบ่งสินบนนำจับ 25 % นายนาม กล่าวยืนยันว่า ไม่มีใครได้รับสินบนในคดีนี้ แม้แต่คตส.เอง เพราะไม่มีใครมาแจ้งเบาะแส ทรัพย์ทั้งหมดต้องตกเป็นของแผ่นดิน โดยเป็นหน้าที่ของอัยการที่จะต้องดำเนินการ เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้าได้ท่านจะไม่รับใช่หรือไม่ นายนาม หัวเราะพร้อมกล่าวเพียงว่า อย่าไปพูดถึงตรงนั้นเลย เพราะในระเบียบ คตส.ไม่มีสิทธิได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น