จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่
จับตาการจัดตังรัฐบาลใหม่

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"แก้วสรร"คาดมติองค์คณะผู้พิพากษายึดทรัพย์สุสี

ที่บ้านพักซอยเพชรเกษม 69 นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ให้สัมภาษณ์ขณะที่ฟังการอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ทางวิทยุว่า วันนี้ไม่มีคิวไปไหน และไม่จำเป็นต้องโผล่หน้าไปไหน เพื่อให้ใครต่อใครเสียความรู้สึก และอดีตคตส.ทุกคนก็อยู่ในที่ตั้งไม่มีการนัดอะไรเป็นพิเศษทั้งสิ้น ส่วนกรณีทฤษฎีวัวกินหญ้าที่ตนเคยพูดถึงจนถึงวันนี้ก็ยังยืนยันเช่นเดิม แม้จะอ้างว่า เดิมมีวัวอยู่แล้ว มันไม่ได้ เพราะวัวมันอ้วนขึ้นจากการกินหญ้าหลวง เช่นเดียวกับธุรกิจชินคอร์ป ที่ได้สัญญาเอื้อประโยชน์จากรั เมื่อคุณเอาวัวของตัวเองมากินหญ้าหลวง เอาความสมบูรณ์ของหลวงไป ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องคือ วัว เป็นความอ้วน เป็นทรัพย์สินที่มิสมควรได้ ฉะนั้นต้องยึดวัวทั้งตัว

" ยืนยันว่า การทำงานของผม หรืออดีตกรรมการคตส.ทุกคน ไม่มีการตั้งธง หรืออคติ แต่ทำไปด้วยตัวบทกฏหมาย และส่วนตัวไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรพ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณสู้คดีตั้งแต่แรกคือปี 2549 กรณีนี้คงไม่เกิดกับพ.ต.ท.ทักษิ เพราะขณะนั้นหลักฐานการกระทำผิดยังมีน้อย และมั่นใจว่า ศาลก็จะยกฟ้องในที่สุด ไม่ใช่ดื้อดึงไม่สู้คดี แล้วประกาศยุบสภา เพื่อถามประชาชนว่า ถ้าชอบก็ขอให้เลือกกลับเข้าไปใหม่ อย่างนี้มันไม่ใช่ บ้านเมืองมันถึงแตกฉิบหายหมด"นายแก้วสรรกล่าว

อดีตกรรมการ คตส.ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์กรณี คตส.ได้รับเงิน 25 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ชี้เบาะแสคดียึดทรัพย์นั้น ยอมรับว่า คตส.เขียนระเบียบไว้เอง แต่ยืนยันว่า ตั้งแต่ตนเป็นคณะกรรมการคตส.จนถึงสิ้นสุดวาระ ไม่เคยมีใครมาแจ้งเบาะแส เพราะข้อมูลต่างๆ ล้วนมาจากคณะทำงานของคตส. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมทางการเงินที่มีข้อมูลอยู่แล้ว คนที่พูดก็พูดไปเรื่อย ปั้นน้ำเป็นตัว ส่วนผลการวินิจฉัยของคณะตุลาการนั้น ส่วนตัวคิดว่าคะแนนเสียงคงสูสีกัน เพราะตนในฐานะนักกฏหมาย มองว่า กฏหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้มันยังใหม่ และผู้พิพากษาในคณะก็เป็นนักกฏหมายรุ่นใหม่หลายคน ส่วนจะเป็น 5 ต่อ 4 หรือเป็นเลขอะไรก็ขอให้รอดู

นายแก้วสรร กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงวันที่ 12 มี.ค.ว่า หลังจากการตัดสินคดียึดทรัพย์เสร็จสิ้น เชื่อว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงนับจากนี้ต่อไป เอกภาพในการขับเคลื่อนคงลดลง เพราะประชาชนคนไทย เขาจะเห็นธาตุแท้แล้วว่า แกนนำของเขาไม่ได้ทำเพื่ออุทิศให้กับประชาชนตามที่กล่าวอ้าง แต่ทำไปก็เพื่ออุทิศให้กับตนเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น