
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวถึงสถาณการณ์หลังการตัดสินคดียีดทรัพย์ในวันที่ 26 ก.พ. ว่า ไม่ว่าผลการตัดสินคดีจะออกมาทางใดก็ตาม เชื่อว่า เรื่องคงยังไม่จบ ทางกลุ่ม นปช. ยังคงไม่หยุดการเคลื่อนไหว และคงใช้ผลการตัดสินของศาลเป็นเงื่อนไขในการปลุกระดมมวลชน เพื่อขับไล่รัฐบาล และเป้าหมายที่สูงสุด คือ การที่นำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง ดังนั้น สถานการณ์หลังจากการตัดสินคดียึดทรัพย์ ยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่วุ่นวาย และมีความตึงเครียดต่อไป เว้นแต่ว่า กลุ่ม นปช. ทบทวนการเคลื่อนไหว ยุติการคุกคามสถาบันเบื้องสูง และก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม เพราะขณะนี้ความขัดแย้งมันเลยเถิดไปมากกว่าจะจบลงที่ศาลแล้ว นอกจากนี้ ตนคิดว่าหลังจากวันที่ 26 ก.พ. น่าจะมีเหตุการณ์ที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึี่งรัฐบาลต้องระวังและจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะแกนนำ นปช. หลายคนเป็นคนที่นิยมความรุนแรง หรืออาจจะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้ามาแอบแฝงผสมโรง เพืื่อสร้างสถานการณ์ ทำให้เกิดการเผชิญหน้าและเกิดความรุนแรงได้ ดังนั้นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง จะต้องมีประสิทธิภาพ ในการติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสาร
นายสุริยะใส กล่าวถึง กรณีที่ทางกลุ่ม นปช. ได้ประกาศที่จะชุมนุมทั่วประเทศในวันที่ 12 มี.ค. และจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มี.ค. ตนคิดว่าประเด็นที่เป็นห่วง คือ ยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ของแกนนำ นปช. ครั้งนี้ ไม่เป็นเอกภาพ ค่อนข้างแตกต่างกัน บางคนก็ว่า จะต้องแตกหัก ต้องก่อจราจลหรือความรุนแรง จึงจะเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ ส่วนบางกลุ่มต้องยึดมั่นโดยสันติวิธี ทำให้สังคมเองไม่มั่นใจในการนำของแกนนำ นปช. สุดท้ายประชาชนกลายเป็นผู้ใช้ความรุนแรง ซึ่งทางเราก็เป็นห่วงในเรืื่องนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น